จะต้องโพสต์กระทู้ให้ตรงหมวดหมู่เท่านั้น!!
โพสต์ผิด ลบ User ทันที

เป็นโรคซึมเศร้าแต่คนอื่นชอบด่าว่าบ้า

สุข เศร้า เหงา ซึ้ง คิดถึงใคร ระบายได้ที่นี่เลยจ้า
กฎการใช้บอร์ด
- ท่านสามารถโพสต์ระบายความรู้สึก และแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่จำเป็นต้อง login
- ไม่อนุญาติให้โฆษณาสินค้าและบริการในหมวดหมู่นี้
- หากต้องการกลับสู่หน้าหลักของเวป คลิก --> หน้าหลัก

เป็นโรคซึมเศร้าแต่คนอื่นชอบด่าว่าบ้า

โพสต์โดย NJD » อาทิตย์ ธ.ค. 18, 2016 11:54 pm

ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาเกือบปีแล้วทำให้ต้องหยุดเรียนไปเทอม1พอกลับมาเรียนใหม่เพื่อนที่เคยสนิทกลับไม่สนิทแบบเดิมกลับ้กลียดเราเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเพื่อนต้องเกลียดเราจากคนกลุ่มนึงที่เกลียดเราจนตอนนี้ไปพูดให้คนอื่นเกลียด้ราด้วยเราไม่รู้จะทำไงอึดอัดตลอดเวลาไปเรียนทำตัวไม่ถูกเวลาเจอหน้าอยากจะคุยแบบเดิมแต่ก็ไม่ได้เพราะเขาเกลียดเราบางคนยิ้มให้กลับสะบัดหน้าหนีเราไม่รู้จะทำไงเครียดมากเพียงแค่เราเป็นโรคซึมเศร้าหรอถึงเกลียดเราเราไม่ได้บ้านะน้อยใจมากเสียใจมากเวลาโดนด่าว่าอีบ้าบอเลยมันกดดันใครไม่เคยเป็นไม่รู้หรอกมันทรมานแค่ใหนอายแค่ใหนเงลาใครถามว่าดรอปไปทำไมหนุดเนียนไปทำไม ทำไมต้องมาด่าเพื่อนที่เกลียดเราก็ไปบอกคนอื่นว่าเราบ้าไปพูดให้คนอท่นเกลียดเราเราอยากจะย้ายมหาลัยแต่ทำไม่ได้ต้องทนเรียนให้จบต่องอึดอัดต่อไปในการเรียนทุกวันนี้ไม่มั่นใจเลยว่าจะสนิทกับใครจะเล่าทุกความรู้สึกให้ไคฟังเพราะกลีวมันเอาไปต่อๆดันจนไว้ใจไคไม่ได้เลย
NJD
 

Re: เป็นโรคซึมเศร้าแต่คนอื่นชอบด่าว่าบ้า

โพสต์โดย ran4 » ศุกร์ ก.ย. 29, 2017 10:42 pm

ลองย้ายรร ดูไหมค่ะ บ้างที่อาจจะดีขึ้นก็ได้น่ะ คนพวกนี้ถ้าเราอธิบายก็ไม่เข้าใจหรอก มีเเต่จะหาว่าเราเเก้ตัวป่าวๆ ที่ตรงไหนไม่สบายใจก็ถอยออกมาค่ะ ชีวิตเราเกิดมาครั้งเดียว ต้องเลือกสิที่เราสบายใจให้เรา สู้ๆน่ะค่ะ
ran4
 

Re: เป็นโรคซึมเศร้าแต่คนอื่นชอบด่าว่าบ้า

โพสต์โดย คนโลเล » เสาร์ ต.ค. 07, 2017 7:51 pm

คิดถึงตัวเองและอนาคตให้มากๆนะ อดทนเรียนให้หมดเทอมแล้วค่อยย้ายที่เรียนเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่แล้วอาจดีขึ้น ที่สำคัญคนในครอบครัวคือที่พึ่งพิงทางใจของเราค่ะ ขอให้ผ่านไปให้ได้ ชีวิตเรามีค่าต่อเราและต่อครอบครัวที่สุดนะ ขอให้ผ่านมันไปให้ได้
คนโลเล
 

Re: เป็นโรคซึมเศร้าแต่คนอื่นชอบด่าว่าบ้า

โพสต์โดย chanika_gg07 » อังคาร พ.ค. 08, 2018 10:31 am

มีวิธีรักษาทางจิตใจอยู่หลายรูปแบบ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งอาจเป็นการ”พูดคุย”กับจิตแพทย์ 10 ถึง 20 ครั้ง อันจะช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจกับสาเหตุของปัญหา และนำไปสู่การแก้ไขปัญหา โดยการเปลี่ยนมุมมองกับแพทย์ การรักษาทางพฤติกรรมจะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีที่จะได้รับความพอใจ หรือความสุขจากการกระทำของเขา และพบวิธีที่จะหยุดพฤติกรรมที่ อาจนำไปสู่ความซึมเศร้าด้วย
การรักษาอีก 2 รูปแบบต่อไปที่มีการศึกษาแล้วว่า สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้ดี คือ การรักษาแบบปรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และการรักษาแบบปรับความคิดและพฤติกรรม โดยการรักษารูปแบบแรกมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาระหว่าง ผู้ป่วยกับคนรอบข้างที่อาจ เป็นสาเหตุและกระตุ้นให้เกิดความซึมเศร้า ส่วนการรักษาแบบหลังจะช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมในแง่ลบกับตนเอง
ส่วนการรักษาโดยอาศัยทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ก็นำมารักษาโรคนี้ โดยช่วยผู้ป่วยค้นหาปัญหาข้อขัดแย้งภายในจิตใจผู้ป่วย ซึ่งอาจมีรากฐานมาจากประสบการณ์ตั้งแต่เด็ก
โดยทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง มีอาการกำเริบซ้ำๆ จะต้องการการรักษาด้วยยาร่วมกับการรักษาทางจิตใจควบคู่กัน เพื่อผลการรักษาในระยะยาวที่ดีที่สุด
จะช่วยรักษาตนเองได้อย่างไร
การป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามักจะทำให้คุณรู้สึกเพลีย รู้สึกไร้ค่า เหมือนช่วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีความหวัง ความคิดในแง่ลบกับตนเองในแบบนี้ มักจะทำให้ผู้ป่วยบางคนท้อถอยและยอมแพ้ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบว่าความคิดหรือความรู้สึก เหล่านี้เป็นเพียงแค่อาการของโรค มิได้สะท้อนเรื่องจริงในชีวิตของคุณอย่างถูกต้องแต่อย่างใด ความคิดเหล่านี้จะค่อยๆหมดไปเมื่อเริ่มต้นการรักษาไปสักระยะหนึ่ง
ในระหว่างนี้คุณควรจะ
อย่านำตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน
อย่าตั้งเป้าหมายที่บรรลุได้ยาก หรือเข้าไปแบกความรับผิดชอบมากๆ
พยายามย่อยงานใหญ่ให้เป็นงานเล็ก เลือกทำที่สำคัญกว่าก่อน แล้วทำให้เต็มที่เท่าที่จะเป็นไปได้
อย่าคาดหวังกับตนเองมากเกินไป เพราะนั่นคือ คุณกำลังสร้างความล้มเหลว
ร่วมกิจกรรมที่คุณอาจเพลินใจ เช่น การออกกำลังกาย ดูหนัง ดูกีฬา เข้ากิจกรรมทางศาสนาหรือสังคม แต่อย่าหักโหมหรือหงุดหงิด ถ้ามันไม่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างทันใจ เพราะอาจใช้เวลาบ้าง
อย่าด่วนตัดสินใจกับเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต เช่น ลาออก เปลี่ยนงาน แต่งงาน หรือหย่า โดยไม่ปรึกษาคนอื่นที่รู้จักคุณดีและ มีมุมมองที่เป็นกลางต่อปัญหาพอ ไม่ว่าด้วยเหตุใด พยายามเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อนจนกว่าอาการป่วยของคุณจะดีขึ้น
อย่าหวังว่าจะหายจากอาการซึมเศร้าแบบ “ลัดนิ้วมือเดียว” เพราะเป็นไปได้ยาก จงพยายามช่วยตนเองให้มากที่สุด โดยไม่โทษตนเองว่า ที่ไม่หายเพราะตนเองไม่พยายามหรือไม่ดีพอ
พึงระลึกว่า จะไม่ยอมรับความคิดในแง่ร้าย บอกตนเองว่ามันเป็นสวนหนึ่งของอาการของโรค และจะหายไปเมื่ออาการของโรคดีขึ้น
chanika_gg07
 
โพสต์: 85
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 04, 2018 8:56 am

Re: เป็นโรคซึมเศร้าแต่คนอื่นชอบด่าว่าบ้า

โพสต์โดย Bobo11 » เสาร์ พ.ค. 12, 2018 12:41 pm

ภาวะซึมเศร้า (Depression) หรือที่รู้จักกันว่าโรคซึมเศร้า เป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยอาจรู้สึกเศร้า สิ้นหวัง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือรู้สึกว่าตนด้อยค่า แม้ความรู้สึกและอารมณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคนเป็นครั้งคราว แต่อาการของภาวะซึมเศร้านั้นมีความรุนแรงและยาวนานกว่ามากจนถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ ของผู้ป่วย
โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่โดยมากมักเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 20-30 ปี โรคความผิดปกติทางอารมณ์ส่วนใหญ่จะเริ่มพัฒนามาจากช่วงวัยรุ่นที่มีความเครียดและความวิตกกังวลสูง ดังนั้น ยิ่งในช่วงวัยรุ่นประสบกับความกังวลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าในวัยผู้ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น

จากสถิติทั่วโลกพบว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าประมาณ 350 ล้านคน มีความชุกราว 2-10 เปอร์เซ็นต์ และเป็นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่วนในไทยมีจำนวนผู้ป่วยซึมเศร้าเพศหญิงเป็นอันดับที่ 3 และเพศชายเป็นอันดับที่ 8 ทั้งนี้ในปี 2557 กรมสุขภาพจิตของไทยได้คัดกรองกลุ่มเสี่ยงจำนวน 12 ล้านคน ในจำนวนนี้มีแนวโน้มป่วยโรคซึมเศร้า 6 ล้านคน ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคซึมเศร้า 5 แสนคน มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย 6 แสนคน และคาดว่าคนไทยน่าจะมีภาวะซึมเศร้าถึงประมาณ 1.2 ล้านคน

โรคซึมเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง และโรคซึมเศร้าเรื้อรัง ในที่นี้จะกล่าวถึงชนิดเรื้อรังเพียงโดยสังเขปด้านล่าง ส่วนบทความทั้งหมดจะเน้นไปที่โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงเท่านั้น
โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง (Major Depression) เป็นอาการซึมเศร้าอย่างที่ส่งผลกระทบถึงชีวิตการทำงานหรือการเรียน รวมไปถึงการนอนหลับและการกินอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุขอย่างรุนแรง

โรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Persistent Depressive Disorder) แม้จะมีอาการและความรุนแรงของอาการน้อยกว่า แต่ภาวะซึมเศร้าชนิดนี้จะคงอยู่กับผู้ป่วยยาวนานกว่ามาก เป็นเวลาอย่างน้อยตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังก็อาจมีบางช่วงเวลาที่ต้องเผชิญภาวะซึมเศร้าชนิดรุนแรงร่วมด้วย

อาการของโรคซึมเศร้า
ภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของโรค เพศ หรืออายุ โดยอาจมีอารมณ์เศร้า หดหู่ วิตกกังวล มีความรู้สึกว่าตนไร้ค่า โดดเดี่ยว สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย ซึ่งอารมณ์เหล่านี้จะมีความรุนแรงและคงอยู่ยาวนานกว่าปกติ ทั้งยังสามารถส่งผลกระทบทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าตลอดเวลา เจ็บปวดตามร่างกาย นอนหลับยากหรือหลับมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคม ไม่มีสมาธิ ทำงานไม่ได้ หมดความสนใจในเรื่องที่เคยชอบ ไปจนถึงการคิดฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเองได้
สาเหตุของโรคซึมเศร้า
โรคซึมเศร้าอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุและปัจจัยประกอบกันจนพัฒนาไปเป็นภาวะซึมเศร้า ได้แก่ การทำงานของสมองบางส่วนที่ผิดปกติและมีระดับของสารเคมีไม่สมดุลกัน ลักษณะนิสัยเดิมของผู้ป่วยที่เอื้อต่อการเผชิญภาวะซึมเศร้า เหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตและการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง รวมถึงอาการป่วยจากโรคและการใช้ยารักษาโรคที่ตามมาด้วยภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงในลักษณะอาการซึมเศร้า
Bobo11
 
โพสต์: 245
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 04, 2018 9:22 am


ย้อนกลับไปยัง ระบายความในใจ เล่าความรู้สึกของคุณ เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

ดูสถิติคนชมเวปไซต์ได้ที่นี่ --> สนใจลงโฆษณาติดต่อ webmaster@jarungjai.com
cron
เพลง,เพลงสากล,เพลงลูกทุ่ง,ฟังเพลง,เนื้อเพลง,ฟังเพลงออนไลน์,โหลดเพลง,เพลงใหม่,โหลดเพลง mp3



หน้าแรก
ติดต่อโฆษณา
กระดานข่าว
ซื้อขายสินค้าทั่วไป
ธุรกิจเครือข่าย
MLM
กิฟฟารีน
หาเงินทางเน็ต
เพศศึกษา
หนังและเพลง
ชมรมคนโสด
รถมือสอง
ฟังเพลง
SEX
แชท
ท่องเที่ยว
ลดน้ำหนัก
เสื้อผ้า
เครื่องสำอางค์
ระบายความในใจ
ซื้อขายมือถือ
รับสมัครตัวแทนเติมเงินออนไลน์
มือถือ
อุบลราชธานี
ศรีสะเกษ
เชียงใหม่
ราคามือถือ
บ้านและที่ดิน
หางานราชการ


สนใจรายได้เพิ่มจากงานประจำ คลิกที่นี่



cd vcd dvd golf mike girls generation
โฆษณาทางอินเตอร์เน็ต