จะต้องโพสต์กระทู้ให้ตรงหมวดหมู่เท่านั้น!!
โพสต์ผิด ลบ User ทันที

ฝันร้ายอันยาวนาน

สุข เศร้า เหงา ซึ้ง คิดถึงใคร ระบายได้ที่นี่เลยจ้า
กฎการใช้บอร์ด
- ท่านสามารถโพสต์ระบายความรู้สึก และแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่จำเป็นต้อง login
- ไม่อนุญาติให้โฆษณาสินค้าและบริการในหมวดหมู่นี้
- หากต้องการกลับสู่หน้าหลักของเวป คลิก --> หน้าหลัก

ฝันร้ายอันยาวนาน

โพสต์โดย ตาข่ายดักฝัน » พฤหัสฯ. มิ.ย. 22, 2017 11:48 pm

ทำไมรู้สึกว่าตัวเองจะป่วยเป็นโรคไบโพล่านะ
เราจบจากมหาลัยเมื่อกลางปีที่แล้ว .. และเราก็ว่างงานยาวจนมาถึงทุกวันนี้
ปีนึงที่นั่งๆนอนๆ ไม่มีอะไรให้ทำเป็นชิ้นเป็นอัน
ถามว่าเราอยากทำงานไหม? เราก็อยากทำนะ แต่ด้วยเพราะที่บ้านค่อนข้างจะคาดหวังกับหน้าที่การงาน และตัวเราก็ค่อนข้างจะคาดหวังด้วยเช่นกัน เลยทำให้งานเป็นเรื่องหายากสำหรับเรา มันก็จริงนะกับคำที่ว่า ไม่เลือกงานไม่ยากจน แต่ประเด็นคือเราเลือกไง
เราตั้งใจจะสอบเข้าทำงานที่มั่นคงทำ คงไม่ต้องบอกนะว่าเราจะสอบเป็นอะไร
ซึ่งมันยากมากกกกกก .. คนสมัครสอบเยอะ ข้อสอบยาก อีกทั้งต้องอ่านหนังสืออย่างหนัก
เราสอบไม่ผ่าน2ที่แล้ว และตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงจะสอบอีกหลายที่ ซึ่งมันทำให้เราทั้งเหนื่อย ทั้งท้อ
มองเพื่อนคนอื่นที่เขาทำงานบริษัทเอกชน ถึงเขาจะบ่นว่าเหนื่อย แต่ก็ดูเขาโต หาเงินใช้เองได้แล้ว ต่างกับเราที่ยังต้องขอเงินที่บ้าน นั่นมันยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับตัวเองอย่างมาก ด้วยความที่เราไม่อยากรบกวนเงินที่บ้าน เราจึงใช้เท่าที่จำเป็น
เราไม่ได้ซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือออกไปนั่งชิลกินชา กาแฟเหมือนคนอื่นๆเขา .. หรือถ้าต้องออกไปทำธุระข้างนอกบ้าน เราก็จะกินให้อิ่มไปจากบ้าน ซึ่งเรารู้สึกแย่กับตอนนี้มากๆ

เราร้องไห้ และคิดว่า ชีวิตเราไร้แก่นสารมาก เราไม่มีทางรู้เลยว่าเราจะได้การงานที่ดีหรือไม่ หรือเราต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดชีวิต
เราพยายามตั้งใจกับการอ่านหนังสือสอบนะ แต่มันอาจไม่ดีที่สุด เพราะเราหมดกำลังใจ ผิดหวังบ่อยๆจนเริ่มมองไม่เห็นทางไปต่อ
ตอนนี้มันเหมือนฝันร้ายอันยาวนานของเรา เราอยากตื่นสักที!!
เราคิดเรื่องพวกนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนเรากลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคไบโพล่า ตอนนี้เราไม่รู้ลิมิตว่าขนาดไหนที่จะเรียกว่าเครียดเกินไป .. เรากลัวว่าจิตเราจะป่วยเข้าสักวัน

ปล. เราเป็นสมาชิกใหม่ของเวบนี้นะ ถ้าน้องๆคนไหนอยากปรึกษาเรื่องการเรียนก็คอมเม้นถามเราได้ เพราะเราก็เพิ่งจบมหาลัยมาไม่นาน เราก็อยากชี้ทางที่ดีดีให้เท่าที่เราจะทำได้ เพราะเราเข้าใจว่าการที่จะเลือกไปทางใดทางนึงนั้นมันเลือกยากมาก ถ้าได้คนให้คำแนะนำบ้างก็คงเป็นเรื่องดี
ตาข่ายดักฝัน
 
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 22, 2017 11:27 pm

Re: ฝันร้ายอันยาวนาน

โพสต์โดย จิตดี » ศุกร์ มิ.ย. 23, 2017 6:04 pm

สวัสดีครับ คุณ ตาข่ายดักฝัน
+++เรื่องราวของคุณ อันที่จริงแล้วมันก็เป็นเรื่องราวของการคาดหวัง....แต่คาดหวังจากอะไร...คาดหวังจากใคร...แล้วจะมีสักกี่คนที่จะสมใจดั่งที่คาดหวัง
+++ผมคาดเดานะครับว่าว่า การที่คุณ ตาข่ายดักฝัน กล่าวไว้ว่าที่บ้านคาดหวังกับหน้าที่การงาน โดยเฉพาะตัวคุณก็คงคาดหวังไว้เช่นกัน นั่นก็คืองานราชการ หรือไม่ก็รัฐวิสาหกิจหรือเปล่าครับ
+++เรื่องราวที่คุณ ตาข่ายดักฝัน ได้กล่าวมาผมก็พอจะเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดคุณได้ไม่มากก็น้อยครับ
+++อย่างเเรกเลยนะครับ การที่เราพึ่งเรียนจบมา ถึงจะเป็นปีก็ตาม มันก็ไม่ใช่เป็นเครื่องวัดความสามารถของเราในการที่เราสมัคร หรือสอบเข้างานต่างๆที่เราคาดหวังไม่ได้ซะทีเดียว
+++ใจเย็นๆนะครับ เราลองนั่งคิดทบทวนนะว่า หนึ่งปีมีผู้สำเร็จการศึกษามากน้อยเพียงใด ตำแหน่งหรือหน้าที่การงาน ที่รองรับผู้สำเร็จการศึกษามีเพียงพอไหม สมมุติถ้าเราสอบได้ดั่งที่ผู้ใหญ่คาดหวัง ขอถามคุณ คุณจะรักหน้าที่หรืออาชีพการงานตรงนั้นไหม มันใช่สิ่งที่คุณอยากจะทำ หรือ อยากจะเป็นไหม ผมเชื่อว่าสังคมไทยผู่ใหญ่ก็ยังปลูกฝังจิตสำนึกผิดๆแบบนี้อยู่ ( แม้กระทั่งกับครอบครัว และคนรอบข้างของผมเอง แต่ผมสามารถแก้มันได้ )
+++ข้อความนี้ผมอ่านแล้วประทับใจมากครับ +++ด้วยความที่เราไม่อยากรบกวนเงินที่บ้าน เราจึงใช้เท่าที่จำเป็น เราไม่ได้ซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือออกไปนั่งชิลกินชา กาแฟเหมือนคนอื่นๆเขา .. หรือถ้าต้องออกไปทำธุระข้างนอกบ้าน เราก็จะกินให้อิ่มไปจากบ้าน ซึ่งเรารู้สึกแย่กับตอนนี้มากๆ++++
+++การที่คุณทำตามที่กล่าวมา ผมว่าคุณเป็นคนมีสติและคิดอย่างชาญฉลาดแล้วครับ
ผมขอชื่นชมคุณ กับสิ่งนี้ครับ คุณรู้จักอยู่กับความเป็นจริงได้ รู้จักยับยั้งชั่งใจกับกิเลสที่อยู่รอบๆตัว ไม่เสแสร้งโอ้อวดกับสิ่งจอมปลอม รู้ตัวเองว่า มีมาก หรือ มีน้อยเพียงใด
++++การที่คุณกล่าวมาว่า มองเพื่อนคนอื่นที่เขาทำงานบริษัทเอกชน ถึงเขาจะบ่นว่าเหนื่อย แต่ก็ดูเขาโต ผมถามจริงๆนะครับ เวลาที่คนจะอวด หรือ จะโชว์ ใครกันที่จะเอาข้อเสียของตัวเองออกมาโชว์ ทุกคนมักจะนำแต่สิ่งสวยงามมาอวดมาโชว์กันทั้งนั้นครับ (ผมหลุดพ้นจากชีวิตพวกนี้มาแล้วถึงกล้าพูด)
++++อย่าคิดว่าตัวเองเป็นโรคนู่น โรคนี่เลยครับ ไม่ได้เป็นกันง่ายๆหรอกนะครับ แค่อย่าให้ความคิดที่ฟุ้งซ่าน อันเกิดจากสังคมรอบๆตัว จากกิเลสที่ยั่วยุ จากลมปากของผู้ไม่มีปัญญาทางความคิดมาบั่นทอนความมั่นใจและความตั้งใจของคุณ ในการที่จะใช้สติ แล้วสติจะนำมาซึ่งปัญญาและความคิดในการหาหนทางที่จะก้าวเดินต่อไปในอนาคตอันสดใส และเป็นที่ยอมรับ
+++++ เชื่อไหมทุกวันนี้ผมก็ใช้ชีวิตเหมือนกับ คุณ ตาข่ายดักฝัน เป็นแค่คนติดดินคนหนึ่ง แต่ทุกวันนี้บ้านผมมีบรรดาเพื่อนๆที่เป็นเจ้าของบริษัท .เป็นหัวหน้าผู้คุมงาน . ทำงานราชการ มานั่งถอนหายใจให้ผมฟังทุกวัน และทุกคนก็มาอิจฉากับการดำเนินชีวิตของผมซึ่งแทบจะไม่มีอะไรเลย(ในสังคมจอมปลอม)
จิตดี
 


ย้อนกลับไปยัง ระบายความในใจ เล่าความรู้สึกของคุณ เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

ดูสถิติคนชมเวปไซต์ได้ที่นี่ --> สนใจลงโฆษณาติดต่อ webmaster@jarungjai.com
cron
เพลง,เพลงสากล,เพลงลูกทุ่ง,ฟังเพลง,เนื้อเพลง,ฟังเพลงออนไลน์,โหลดเพลง,เพลงใหม่,โหลดเพลง mp3



หน้าแรก
ติดต่อโฆษณา
กระดานข่าว
ซื้อขายสินค้าทั่วไป
ธุรกิจเครือข่าย
MLM
กิฟฟารีน
หาเงินทางเน็ต
เพศศึกษา
หนังและเพลง
ชมรมคนโสด
รถมือสอง
ฟังเพลง
SEX
แชท
ท่องเที่ยว
ลดน้ำหนัก
เสื้อผ้า
เครื่องสำอางค์
ระบายความในใจ
ซื้อขายมือถือ
รับสมัครตัวแทนเติมเงินออนไลน์
มือถือ
อุบลราชธานี
ศรีสะเกษ
เชียงใหม่
ราคามือถือ
บ้านและที่ดิน
หางานราชการ


สนใจรายได้เพิ่มจากงานประจำ คลิกที่นี่



cd vcd dvd golf mike girls generation
โฆษณาทางอินเตอร์เน็ต