จะต้องโพสต์กระทู้ให้ตรงหมวดหมู่เท่านั้น!!
โพสต์ผิด ลบ User ทันที

สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

สำหรับเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์ มอเตอร์ไซต์ชนิดต่างๆ

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ ก.ย. 14, 2015 3:18 pm

นายอุดมกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะต้องติดไว้ที่รถยนต์ใหม่ทุกคัน
ก่อนส่งรถยนต์คันนั้นไปยังผู้จำหน่ายรถยนต์ในเครือข่ายหรือดีลเลอร์ (Dealer) หรือสถานที่จัดแสดงรถยนต์
หรือสถานที่จำหน่ายรถยนต์ อย่างไรก็ตามจะยกเว้นให้กับรถยนต์ตกรุ่นหรือรถยนต์ค้างสต๊อก หมายถึงรถยนต์รุ่นที่ผลิตในประเทศได้
ยุติสายการผลิต หรือรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 58 ไม่จำเป็นต้องติด

ป้ายแสดงข้อมูลอีโคสติ๊กเกอร์จะประกอบด้วยข้อมูลคุณลักษณะ คุณสมบัติ และสมรรถนะของรถยนต์ตามมาตรฐานสากลของ
สหประชาชาติ (United Nation-UN) ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยประเทศภาคีสมาชิก UN WP29
และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม


ดังนั้น เมื่อเห็นอีโคสติ๊กเกอร์ ติดบนรถยนต์คันที่ซื้อ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่ารถยนต์คันนั้นไม่ใช่รถยนต์ตกรุ่นหรือรถยนต์ค้างสต๊อก
อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าสมรรถนะต่างๆ ของรถยนต์ที่ปรากฏบนอีโคสติ๊กเกอร์ เช่น อัตราการใช้น้ำมันอ้างอิง (หน่วย ลิตรต่อ 100 กม.)
และระดับความปลอดภัยของรถยนต์ ได้แก่ มาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้าของตัวรถ
มาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านข้าง และมาตรฐานด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ
(Active Safety) เป็นต้น ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยหน่วยงานมีความน่าเชื่อถือ

นายอุดมกล่าวว่า นอกจากนี้เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปในการเข้าถึงการแสดงข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล
ตามแนวทางประกาศฉบับนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้กำหนดเปิดตัวเว็บไซต์ http://www.car.go.th
ในช่วงเดือนธันวาคมนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับอีโคสติ๊กเกอร์ รายละเอียดและสมรรถนะจริงของรถยนต์แต่ละคันให้กับ
ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป รวมถึงการแสดงข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันแท้จริงของรถยนต์แต่ละรุ่นที่อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
สามารถนำไปเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ได้






ที่มา : นสพ.มติชน, ประชาชาติธุรกิจ
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » ศุกร์ พ.ย. 27, 2015 3:29 pm

5 เทคนิคขับรถประหยัดง่ายๆ เห็นผลทันตา ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม....
แม้ว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันจะมีราคาถูกลงจนหลายคนยิ้มแก้มปริเวลาเติมน้ำมัน แต่ 5 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันที่นำมาฝากในครั้งนี้ ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าคุณเพิ่มขึ้นไปอีก แถมยังเริ่มได้ทันที ไม่ต้องซื้อน้ำยาหรืออุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำมันให้เสียเงินเปล่าอีกด้วย
5 เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมันง่ายๆ มีดังนี้
1. ปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม
เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายคนใช้วิธีตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เย็นจัดทิ้งไว้ แล้วปรับความแรงลมเพียงอย่างเดียว อากาศร้อนก็เปิดแรงหน่อย อากาศเย็นก็ปรับให้เบาลง ซึ่งวิธีนี้เป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์จะฉุดกำลังเครื่องมากกว่าปกติ ทางที่ดีควรปรับอุณหภูมิแต่พอดีๆ ถ้าเป็นระบบดิจิตอลก็อาจปรับไว้ที่ 23-25 องศาก็น่าจะพอแล้ว (ยกเว้นถ้าอากาศร้อนจริงๆก็ไม่เป็นไร)
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. ม.ค. 07, 2016 3:36 pm

เทคนิคพ่วงสายแบตอย่างไรให้สตาร์ทติดชัวร์!

ปัญหาแบตเตอรี่หมดบางครั้งไม่ใช่เพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพแล้วเท่านั้น แต่อาจเป็นเพราะเผลอลืมเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทิ้งเอาไว้ นานๆเข้าก็ทำให้แบตเตอรี่หมดได้เหมือนกัน ยิ่งหากคุณผู้อ่านขับรถเดินทางไกลช่วงปีใหม่ 2559 นี้แล้วล่ะก็ ต้องจำเทคนิคพ่วงแบตเหล่านี้เอาไว้ให้ดีครับ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบตหมด?

อาการแบตเตอรี่รถหมดนั้น สังเกตได้จาก 1.ระบบเซ็นทรัลล็อกไม่ทำงาน หรือทำงานช้ากว่าปกติ 2.เมื่อบิดกุญแจ (หรือกดปุ่มสตาร์ท) ไปที่ตำแหน่ง ON พบว่าไฟหน้าปัดหรี่กว่าปกติหรือไม่ติดเลย 3.เมื่อบิดสตาร์ทพบว่ามีเสียงดังแช๊ะถี่ๆออกมาจากห้องเครื่อง ไม่เหมือนกับเสียงสตาร์ทปกติ หรืออาจไม่มีเสียงใดๆเลย

หากคุณเจออาการเหล่านี้ ฟันธงได้เลยว่า รถคุณจำเป็นต้องพ่วงแบตฯแน่นอนครับ

วิธีการพ่วงแบตเตอรี่มีดังนี้

1.ก่อนอื่นเราจะต้องมีสายพ่วงแบตเสียก่อน หากซื้อเป็นอุปกรณ์ติดรถเอาไว้ก็ดี แม้ไม่ได้ใช้งานเอง แต่ก็อาจเอาไว้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมถนนอื่นๆได้ยามจำเป็น และแน่นอนว่าจะต้องมีรถที่ใช้งานได้อยู่ด้วย เพื่อพ่วงแบตฯให้กับรถคันที่สตาร์ทไม่ติดนั่นเอง

2.นำสายแดงหนีบด้านหนึ่งเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่คันที่แบตหมด แล้วจึงหนีบเข้ากับขั้วบวกของรถคันที่แบตดี

3.นำสายดำหนีบด้านหนึ่งเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่คันที่แบตดี แล้วจึงหนีบเข้ากับขั้วลบของคันที่แบตหมด (หรือหนีบกับหัวน็อตที่อยู่ในห้องเครื่องก็ได้)

4.ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าของรถทั้งสองคันให้หมด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, ระบบแอร์, เครื่องเสียง ฯลฯ

5.สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่แบตดีทิ้งไว้ อาจเร่งเครื่องเล็กน้อยหากพ่วงกับรถที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า เพราะกระแสไฟมีการกระชากรุนแรง

6.สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่แบตหมดตามปกติ เมื่อติดแล้วให้เร่งเครื่องประมาณ 2,000-3,000 รอบต่อนาที เพื่อปั่นกระแสไฟให้มากขึ้น ทำเช่นนี้ประมาณ 1 นาที แล้วจึงถอดสายแบต

วิธีถอดสายพ่วงแบตที่ถูกต้อง

ควรถอดสายพ่วงขั้วลบ (สีดำ) ของทั้งสองคันออกเสียก่อน แล้วจึงถอดสายขั้วบวก (สีแดง)
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร ม.ค. 19, 2016 1:52 pm

ค่ายรถผวาศก.โลกป่วน เร่งปรับตัวลดความเสี่ยง
เศรษฐกิจโลกและในประเทศไทยที่ชะลอตัวมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องมาถึงในปีนี้แค่เริ่มต้นปีมาเพียงไม่กี่วันทั่วโลกก็ปั่นป่วนจากสถานการณ์ตลาดหุ้นและการลดค่าเงินหยวนของจีน
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และจะส่งผลกระทบในวงกว้างเนื่องด้วยจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและในประเทศไทยก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเกิดอาการผันผวนและมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงไปอีกจากจีนที่กำลังประสบปัญหา แน่นอนว่าฐานการผลิตในประเทศไทยย่อมได้รับผลกระทบตามมาอย่างแน่นอนขณะที่เศรษฐกิจในประเทศไทยในปีนี้ แม้รัฐบาลได้ออกมาประกาศว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศปีนี้จะขยายตัวดีขึ้น แต่ก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้เนื่องจากกำลังซื้อในระดับกลาง-ล่างก็ยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างต้องมีการตั้งรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
เนื่องจากกำลังซื้อในระดับกลาง-ล่างก็ยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างต้องมีการตั้งรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/409594
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2016 4:42 pm

สินเชื่อรถยนต์ วงเงินสูงสุด สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน

ต้องการเงินสด รถคุณช่วยได้ ให้ดอกถูกผ่อนนานไม่มีเงินเดือนประจำก็ยื่นได้
- ให้ยอดจัดสูง ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติง่าย ถูกต้องตามกฏหมาย ผ่อนได้สูงสุด 72 งวด
- รับรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ รถหรู รถสปอร์ตนำเข้าราคาแพง ไม่จำกัดวงเงิน
หรือรถบ้านทั่วไป
- ที่อื่นไม่รับเราจัดให้ ได้ทั้ง ลูกค้า บุคคล หรือ บริษัท
ยื่นทีเดียวพร้อมกันหลายคันก็ได้
- ที่เก่าผ่อนสูง ต้องการยืดระยะเวลาให้ผ่อนน้อยลงสามารถทำได้
- รถยังผ่อนอยู่ แต่อยากใช้เงินก็สามารถทำได้
(เช็คยอดค้างไฟแนนซ์ทั้งหมดก่อนโทรปรึกษา)
- อยู่ต่างจังหวัด สามารถจัดไฟแนนซ์ได้
- ไม่ต้องเป็นเจ้าบ้าน - บ้านเช่าก็จัดได้

สำหรับสินเชื่อรถยนต์ให้วงเงินสูงสุดถึง 100% ของมูลค่ารถ

คุณสมบัติของผู้สมัคร

- สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
- ผ่อนนาน 60-72 เดือน
- อายุ 20- 60 ปี
- สัญชาติไทย

เอกสาร
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
4. สลิบเงินเดือน(เดือนล่าสุด)หรือ หนังสือรับรองเงินเดือนก็ได้
5. สำเนาทะเบียนรถ
6. แผนที่บ้าน และ ที่ทำงาน

เอกสารครบ รู้ผลเลย รับเงิน ภายใน 3 วันทำการ

สนใจสมัคร คลิกที่นี่

http://www.d-credit.com ID LINE : d-credit
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร มี.ค. 08, 2016 4:17 pm

จริงดิ !? รถหายบุบกับน้ำร้อนหม้อเดียว ง่ายสุดแถมประหยัดเงิน
เด็ดสุดจนแชร์เพียบ รถหายบุบกับน้ำร้อนหม้อเดียว วิธีการง่าย ๆ ในการแก้ปัญหารถบุบที่กันชนรถ ไม่ต้องเปลืองตังค์ไปเข้าอู่แล้ว
เป็นคลิปสุดอะเมซิ่งที่ชาวเน็ตกระหน่ำแชร์อยู่ในขณะนี้ สำหรับกลเม็ดเคล็บลัดสุดแสนง่ายในการแก้ปัญหารอยบุบบนรถยนต์คันโปรด ด้วยการใช้น้ำร้อนเพียงหม้อเดียวเท่านั้น ทำได้ง่าย ๆ แถมไม่ต้องส่งรถไปซ่อมให้เปลืองสตางค์ ดังที่ คุณประกายเดือน ชูหอม สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ ได้อัดคลิปสาธิตวิธีการใช้น้ำร้อนแก้ปํญหารถบุบให้ชาวเน็ตได้ชมกันเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2558
โดยเพียงแค่เตรียมน้ำร้อนมา 1 หม้อ
จับน้ำร้อน ๆ ราดลงไปบริเวณรอยบุบ
จนเมื่อกันชนรถจุดดังกล่าวได้รับความร้อนประมาณหนึ่งแล้ว ก็ใช้มือของเรานี่เองค่อย ๆ กดจนรอยบุบเด้งขึ้นมา
เพียงเท่านั้นกันชนรถของเราก็กลับมาสวยนิ๊งเหมือนเดิมแล้ว แม้จะยังเหลือรอยอยู่บ้างก็ตาม
อนึ่ง สำหรับผู้ที่สงสัยว่าเหตุใดเพียงใช้น้ำร้อนราดลงไปบริเวณที่เกิดรอยบุบ เราก็สามารถซ่อมรถได้ด้วยตัวเองแล้วนั้น ก็เป็นเพราะวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ทำกันชนจะเป็นพลาสติกที่พร้อมรับแรงกระแทก เมื่อถูกความร้อนก็จะสามารถคืนรูปทรงเดิมได้ โดยนอกจากวิธีใช้น้ำร้อนราดดังคลิปที่เห็นนี้แล้ว การนำไดร์เป่าผมพ่นลมร้อน ๆ ลงไปบริเวณดังกล่าว ก่อนใช้มือดันคืน ก็สามารถทำได้เช่นกัน
http://car.kapook.com/view129294.html
ภาพจาก คุณประกายเดือน ชูหอม สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. เม.ย. 07, 2016 2:20 pm

9 เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ช่วงหน้าร้อน

อากาศร้อนอย่าลืมดูแลรถกับ 9 เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ในหน้าร้อนที่คนรักรถควรรู้

แม้รถยนต์จะถูกสร้างให้ทนทานแค่ไหนก็ตาม แต่หากขาดการดูแลก็ยากที่รถจะใช้งานได้อย่างราบรื่นเสมอ โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ ยิ่งฤดูร้อนของบ้านเราที่อุณหภูมิพุ่งสูงสุดขั้ว ส่งผลต่อทุกส่วนของรถยนต์จนจำเป็นต้องตรวจสอบดูแลมากยิ่งกว่าเดิม แต่หากอยากรู้ว่าต้องตรวจสอบอะไรและอย่างไรบ้างนั้น ก็ต้องมาดู 9 เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ในช่วงหน้าร้อนที่กระปุกดอทคอมจัดให้คุณใ­นที่นี้แล้วครับ

1.ตรวจสอบลมยางรถยนต์

อากาศ ร้อนมีผลต่อสภาพของยางอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยจะทำให้ความดันภายในยางเพิ่มขึ้น ทำให้พื้นสัมผัสของยางต่อถนนน้อยลงทำให้เมื่อเจอพื้นถนนเปียกลื­่นก็จะ หยุดยากกว่าปกติ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ จึงควรตรวจสอบสภาพและลมยางให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว และอย่าลืมตรวจสอบยางอะไหล่ด้วยนะครับ

2.ตรวจระบบปรับอากาศ

คงไม่มีใครอยากใช้รถยนต์ที่ไม่มีระบบปรับอากาศในฤดูร้อนแน่นอน คุณจึงควรตรวจสอบระบบปรับอากาศอย่างระดับของน้ำยาแอร์ซึ่งหากเห­ลือน้อยก็อาจก่อปัญหากับระบบทำความเย็นของรถได้อย่างน้อยครั้งล­ะ 3 ปี ใครที่รู้ว่าห่างหายจากการตรวจมานานกว่านั้นก็รีบนำรถไปตรวจก็ด­ีนะ

3.แบตเตอรี่รถยนต์

อากาศร้อนสุดขั้วของบ้านเราส่งผลต่อระบบไฟฟ้าทั้งหมดรวมถึงแบตเ­ตอรี่รถยนต์ด้วย คุณควรหมั่นตรวจสอบระบบทั้งหมดเดือนละครั้ง ประกอบด้วยสายไฟและขั้วต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ รวมถึงระดับของน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ก็ควรเติมอย่าให้พร่อง

4.ระบบเบรก

เบรก เป็นระบบความปลอดภัยที่คนใช้รถไม่ควรมองข้าม ซึ่งหากสังเกตว่าเกิดความผิดปกติขณะเบรก ไม่ว่าจะเป็นการสั่นมากกว่าปกติ มีเสียงดัง หรือมีระยะการหยุดยาวกว่าปกติ ก็ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อตรวจสอบความปกติได้เลย อย่ารอให้มันผิดปกติจนอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้

5.น้ำมันเครื่อง

อากาศร้อนอาจทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น ดังนั้น การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาภาระของเครื่องยนต­์ได้มากทีเดียว นอกจากนี้ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ ตามที่คู่มือได้แนะนำก็จำเป็นเช่นกัน ทั้งหมดนี้จะช่วยรักษาสภาพของเครื่องยนต์ให้ทำงานให้ใช้งานได้อ­ีกนานเลย
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. เม.ย. 07, 2016 2:21 pm

9 เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ช่วงหน้าร้อน

อากาศร้อนอย่าลืมดูแลรถกับ 9 เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ในหน้าร้อนที่คนรักรถควรรู้

แม้รถยนต์จะถูกสร้างให้ทนทานแค่ไหนก็ตาม แต่หากขาดการดูแลก็ยากที่รถจะใช้งานได้อย่างราบรื่นเสมอ โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ ยิ่งฤดูร้อนของบ้านเราที่อุณหภูมิพุ่งสูงสุดขั้ว ส่งผลต่อทุกส่วนของรถยนต์จนจำเป็นต้องตรวจสอบดูแลมากยิ่งกว่าเดิม แต่หากอยากรู้ว่าต้องตรวจสอบอะไรและอย่างไรบ้างนั้น ก็ต้องมาดู 9 เคล็ดลับการดูแลรถยนต์ในช่วงหน้าร้อนที่กระปุกดอทคอมจัดให้คุณใ­นที่นี้แล้วครับ

1.ตรวจสอบลมยางรถยนต์

อากาศ ร้อนมีผลต่อสภาพของยางอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยจะทำให้ความดันภายในยางเพิ่มขึ้น ทำให้พื้นสัมผัสของยางต่อถนนน้อยลงทำให้เมื่อเจอพื้นถนนเปียกลื­่นก็จะ หยุดยากกว่าปกติ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ จึงควรตรวจสอบสภาพและลมยางให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว และอย่าลืมตรวจสอบยางอะไหล่ด้วยนะครับ

2.ตรวจระบบปรับอากาศ

คงไม่มีใครอยากใช้รถยนต์ที่ไม่มีระบบปรับอากาศในฤดูร้อนแน่นอน คุณจึงควรตรวจสอบระบบปรับอากาศอย่างระดับของน้ำยาแอร์ซึ่งหากเห­ลือน้อยก็อาจก่อปัญหากับระบบทำความเย็นของรถได้อย่างน้อยครั้งล­ะ 3 ปี ใครที่รู้ว่าห่างหายจากการตรวจมานานกว่านั้นก็รีบนำรถไปตรวจก็ด­ีนะ

3.แบตเตอรี่รถยนต์

อากาศร้อนสุดขั้วของบ้านเราส่งผลต่อระบบไฟฟ้าทั้งหมดรวมถึงแบตเ­ตอรี่รถยนต์ด้วย คุณควรหมั่นตรวจสอบระบบทั้งหมดเดือนละครั้ง ประกอบด้วยสายไฟและขั้วต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ รวมถึงระดับของน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ก็ควรเติมอย่าให้พร่อง

4.ระบบเบรก

เบรก เป็นระบบความปลอดภัยที่คนใช้รถไม่ควรมองข้าม ซึ่งหากสังเกตว่าเกิดความผิดปกติขณะเบรก ไม่ว่าจะเป็นการสั่นมากกว่าปกติ มีเสียงดัง หรือมีระยะการหยุดยาวกว่าปกติ ก็ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อตรวจสอบความปกติได้เลย อย่ารอให้มันผิดปกติจนอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้

5.น้ำมันเครื่อง

อากาศร้อนอาจทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น ดังนั้น การเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาภาระของเครื่องยนต­์ได้มากทีเดียว นอกจากนี้ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอย่างสม่ำเสมอ ตามที่คู่มือได้แนะนำก็จำเป็นเช่นกัน ทั้งหมดนี้จะช่วยรักษาสภาพของเครื่องยนต์ให้ทำงานให้ใช้งานได้อ­ีกนานเลย
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พุธ เม.ย. 20, 2016 1:57 pm

6.ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์

นอกจากน้ำมันเครื่องที่ดีแล้ว ระบบหล่อเย็นก็ควรทำงานได้อย่างปกติด้วย คุณควรหมั่นตรวจสภาพของหม้อน้ำและระบบต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยขาดหรือชำรุดเสียหาย รวมถึงทำความสะอาดหม้อน้ำ เมื่อพบสิ่งสกปรกมากกว่าปกติครับ

7.สายยางและสายพานต่าง ๆ

สายยางและสายพานเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ของรถเข้าด้วยกัน ซึ่งแม้จะมีความทนทานสูง แต่หากมีรอยชำรุดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ระบบของรถเกิดความผิดป­กติได้ จึงควรตรวจสอบอยุ่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่ระบบภายในต่าง ๆ อาจเสียหายได้ง่ายเป็นพิเศษครับ

8.จอดรถในที่ร่ม

หากจำเป็นต้องจอดรถนาน ควรเลี่ยงการจอดรถในที่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะนอกจากแสงแดดจะทำให้ห้องโดยสารร้อนจนอยู่ไมได้แล้ว ยังส่งผลต่อสีตัวถังที่ซีดและเสียคุณสมบัติการปกป้องไปในไม่ช้า­ แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรหาผ้าคลุมตัวถังเอาไว้เพื่อเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง­ครับ

9.เปิดกระจกก่อนเร่งแอร์

หลายคนเมื่อก้าวขึ้นรถก็อยากจะสัมผัสความเย็นจากระบบปรับอากาศท­ันที ไม่ว่ารถจะร้อนแค่ไหนก็ตาม ซึ่งทำให้รถทำงานหนักกว่าปกติและเปลืองน้ำมันมากกว่า ดังนั้น ก่อนที่จะเปิดแอร์ ควรเปิดกระจกและพัดลมแอร์ให้แรงสักหน่อยเพื่อไล่ความร้อนออกไป ทำแบบนี้เพียง 1-2 นาที รับรองว่าแอร์ในรถจะเย็นเร็วกว่าเดิมมาก แถมประหยัดน้ำมันมากกว่าด้วย
*
เคล็ดลับทั้ง 9 ข้อ เป็นสิ่งที่คนใช้รถยนต์ทุกคนควรจะตรวจสอบเป็นปกติอยู่แล้ว แต่สำหรับในฤดูร้อนอาจต้องเพิ่มความรอบคอบเป็นพิเศษเพื่อป้องกั­นเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้น ทั้งยังช่วยรักษาสภาพรถคู่ใจให้อยู่กับคุณไปอีกนาน ๆ ยังไงล่ะครับ

http://car.kapook.com/view117768.html
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. เม.ย. 28, 2016 10:59 am

ภัยแล้งทุบยอดรถวูบ ลุ้นฟ้าฝนฟื้นครึ่งปีหลัง
อากาศร้อนในไทยฮอตไม่แพ้การแข่งขันในตลาดรถยนต์ จับตาไตรมาส2ปี59จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
ท่ามกลางสภาวะอากาศที่แสนจะร้อนแรงของอุณหภูมิในประเทศไทย ซึ่งฮอตไม่แพ้สมรภูมิเดือดของการแข่งขันในตลาดรถยนต์เวลานี้หลังงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ภาพรวมโกยยอดขายไม่เป็นไปตามคาดการณ์ของหลายฝ่ายหวังไว้ รวมถึงผู้จัดงานเอง ทำให้สัญญาณหลังจากนี้ ที่ในอุตสาหกรรมเคยคาดการณ์ไว้ว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของตลาดรถยนต์อยู่แล้ว การแข่งขันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เนื่องด้วยปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่เป็นปัจจัยลบพื้นฐานที่นำมาคาดการณ์สถานการณ์ตลาดกันในปีนี้
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เชื่อว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะยังคงส่งผลกระทบในระยะยาวอยู่ต่อไป ซึ่งวัดผลได้จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ประจำเดือนที่จะต้องฟื้นตัวกลับมาได้เดือนละมากกว่า 7 หมื่นคัน หลังจากช่วง 2 เดือนแรกของปี ตลาดรวมอยู่ในระดับ 5 หมื่นคันเท่านั้น โดยถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้นอาจจะส่งผลให้กระทบภาพรวมตลาดทั้งปี .... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/427251
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ พ.ค. 09, 2016 3:35 pm

3.ตรวจสอบตำแหน่งจุดหมายปลายทางทุกครั้ง
เมื่อพบสถานที่ปลายทางบนเนวิเกเตอร์แล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดสถานที่นั้นๆให้ดีเสียก่อน ว่าชื่อซอย, ถนน, ตำบล, อำเภอ, จังหวัด ตรงกับที่เราต้องการจะไปจริงๆ บางสถานที่อาจมีชื่อซ้ำกันแต่อยู่คนละจังหวัด อันนี้ยังไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่บางที่อยู่อำเภอเดียวกันแถมชื่อยังเหมือนกันอีก แบบนี้ต้องเช็คให้ดี
4.ตรวจสอบเส้นทางไปยังจุดหมายโดยละเอียด
เมื่อเนวิเกเตอร์คำนวณเส้นทางเสร็จเรียบร้อย ควรตรวจสอบเส้นทางให้แน่ใจอีกครั้งหนึ่งก่อนเริ่มเดินทาง หากเป็นถนนต่างจังหวัด ก็ควรอิงถนนหลวง หรือถนนเส้นหลักเอาไว้ก่อน พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางย่อยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะบางทีเนวิเกเตอร์อาจพาไปเส้นทางทางที่ชาวบ้านเขาไม่ใช้กันแล้ว
เทคนิคหนึ่งในกรณีที่ระบบนำทางพาไปยังถนนเส้นรองโดยไม่จำเป็น เราสามารถตั้ง 'จุดผ่าน' ให้เป็นถนนเส้นหลักตามที่เราต้องการ เพื่อหลีกเลี่ยงถนนเส้นรองนั้นๆได้
5.วางแผนล่วงหน้าและฝึกใช้ระบบนำทางให้ชำนาญ
การใช้ประโยชน์จากระบบนำทางอย่างดีที่สุดนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่เริ่มออกเดินทางแล้วค่อยมาเปิดจีพีเอส เพื่อที่จะได้มีเวลาเช็คข้อมูลสถานที่ปลายทาง เส้นทางที่ต้องวิ่งผ่าน รวมถึงจุดแวะต่างๆ อีกทั้งยังควรฝึกใช้ระบบนำทางให้ชำนาญก่อนนำมาใช้จริง จะได้รู้จักสัญลักษณ์และเสียงเตือนต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนแผนที่ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับรถได้อีกทางหนึ่งด้วย
http://auto.sanook.com/52393/
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ พ.ค. 09, 2016 3:36 pm

3.ตรวจสอบตำแหน่งจุดหมายปลายทางทุกครั้ง
เมื่อพบสถานที่ปลายทางบนเนวิเกเตอร์แล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดสถานที่นั้นๆให้ดีเสียก่อน ว่าชื่อซอย, ถนน, ตำบล, อำเภอ, จังหวัด ตรงกับที่เราต้องการจะไปจริงๆ บางสถานที่อาจมีชื่อซ้ำกันแต่อยู่คนละจังหวัด อันนี้ยังไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่บางที่อยู่อำเภอเดียวกันแถมชื่อยังเหมือนกันอีก แบบนี้ต้องเช็คให้ดี
4.ตรวจสอบเส้นทางไปยังจุดหมายโดยละเอียด
เมื่อเนวิเกเตอร์คำนวณเส้นทางเสร็จเรียบร้อย ควรตรวจสอบเส้นทางให้แน่ใจอีกครั้งหนึ่งก่อนเริ่มเดินทาง หากเป็นถนนต่างจังหวัด ก็ควรอิงถนนหลวง หรือถนนเส้นหลักเอาไว้ก่อน พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางย่อยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะบางทีเนวิเกเตอร์อาจพาไปเส้นทางทางที่ชาวบ้านเขาไม่ใช้กันแล้ว
เทคนิคหนึ่งในกรณีที่ระบบนำทางพาไปยังถนนเส้นรองโดยไม่จำเป็น เราสามารถตั้ง 'จุดผ่าน' ให้เป็นถนนเส้นหลักตามที่เราต้องการ เพื่อหลีกเลี่ยงถนนเส้นรองนั้นๆได้
5.วางแผนล่วงหน้าและฝึกใช้ระบบนำทางให้ชำนาญ
การใช้ประโยชน์จากระบบนำทางอย่างดีที่สุดนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่เริ่มออกเดินทางแล้วค่อยมาเปิดจีพีเอส เพื่อที่จะได้มีเวลาเช็คข้อมูลสถานที่ปลายทาง เส้นทางที่ต้องวิ่งผ่าน รวมถึงจุดแวะต่างๆ อีกทั้งยังควรฝึกใช้ระบบนำทางให้ชำนาญก่อนนำมาใช้จริง จะได้รู้จักสัญลักษณ์และเสียงเตือนต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนแผนที่ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับรถได้อีกทางหนึ่งด้วย
http://auto.sanook.com/52393/
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พุธ พ.ค. 11, 2016 3:03 pm

สินเชื่อรถยนต์ วงเงินสูงสุด สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน

ต้องการเงินสด รถคุณช่วยได้ ให้ดอกถูกผ่อนนานไม่มีเงินเดือนประจำก็ยื่นได้
- ให้ยอดจัดสูง ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติง่าย ถูกต้องตามกฏหมาย ผ่อนได้สูงสุด 72 งวด
- รับรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ รถหรู รถสปอร์ตนำเข้าราคาแพง ไม่จำกัดวงเงิน
หรือรถบ้านทั่วไป
- ที่อื่นไม่รับเราจัดให้ ได้ทั้ง ลูกค้า บุคคล หรือ บริษัท
ยื่นทีเดียวพร้อมกันหลายคันก็ได้
- ที่เก่าผ่อนสูง ต้องการยืดระยะเวลาให้ผ่อนน้อยลงสามารถทำได้
- รถยังผ่อนอยู่ แต่อยากใช้เงินก็สามารถทำได้
(เช็คยอดค้างไฟแนนซ์ทั้งหมดก่อนโทรปรึกษา)
- อยู่ต่างจังหวัด สามารถจัดไฟแนนซ์ได้
- ไม่ต้องเป็นเจ้าบ้าน - บ้านเช่าก็จัดได้

สำหรับสินเชื่อรถยนต์ให้วงเงินสูงสุดถึง 100% ของมูลค่ารถ

คุณสมบัติของผู้สมัคร

- สมัครง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
- ผ่อนนาน 60-72 เดือน
- อายุ 20- 60 ปี
- สัญชาติไทย

เอกสาร
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. สำเนาบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
4. สลิบเงินเดือน(เดือนล่าสุด)หรือ หนังสือรับรองเงินเดือนก็ได้
5. สำเนาทะเบียนรถ
6. แผนที่บ้าน และ ที่ทำงาน

เอกสารครบ รู้ผลเลย รับเงิน ภายใน 3 วันทำการ

สนใจสมัคร คลิกที่นี่

http://www.d-credit.com ID LINE : d-credit
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » ศุกร์ พ.ค. 13, 2016 3:45 pm

รถเบรกดังควรทำอย่างไร?
เสียงเบรกจากรถยนต์อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ “มติชน” ยานยนต์ มีข้อแนะนำเมื่อเกิดปัญหาเบรกมีเสียงดัง ดังนี้
1.ตรวจสอบผ้าเบรก ดูว่าผิวหน้าของเบรกเป็นมันเงาหรือไม่ เพราะผิวหน้าผ้าเบรกเป็นเหมือนกระจก ความร้อนทำให้ผิวหน้าผ้าเบรกแข็งตัว จึงไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพที่แท้จริงของผ้าเบรกได้ ดูว่ามีรอยลักษณะเหมือนจานแผ่นเสียงหรือไม่ รอยที่เกิดจากการเสียดสีกับจานเบรก อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการสั่นเล็กน้อยได้ หรืออาจมีการสึกไม่เสมอกันหรือไม่ อาจมีความผิดปกติที่คลิปผ้าเบรกหรือลูกสูบมีการฉุดกระชาก
2.ตรวจสอบสภาพของซิมและจาระบี เพราะซิมอาจบิดผิดรูป ส่วนที่เคลือบและยางเสื่อมสภาพ เนื่องจากส่วนที่เป็นยางมักจะแข็งตัวและหลุดออกเมื่อถูกความร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางในบริเวณที่ถูกลูกสูบกด มักจะหลุดหรือบิดผิดรูปได้ นอกจากนี้ หากบริเวณเขี้ยวอยู่ที่ผ้าเบรกผิดรูป จะทำให้ซิมไม่อยู่ในสภาพเหมาะสม ด้านหลังผ้าเบรกทาจาระบีไว้อย่างพอเหมาะหรือไม่ เพราะจาระบีจะหลุดง่ายเมื่อโดนความร้อน เศษโคลน หรือน้ำ
3.ตรวจสอบผิวหน้าของจานเบรก สังเกตว่าผิวหน้าเปลี่ยนสีออกเป็นสีดำและเป็นมันเงาหรือไม่ เพราะความร้อนทำให้ผิวหน้าเกิดรอยไหม้ นอกจากนี้ ผงสร้างแรงเสียดทานในผ้าเบรกอาจติดอยู่ที่ผิวจานเบรกได้ มีรอยลักษณะเหมือนจานแผ่นเสียงที่ผิวหน้าหรือไม่ เป็นรอยเกิดจากการเสียดสีกับผ้าเบรก สีที่เปลี่ยนไปและรอยที่เกิดขึ้นจะทำให้ระบบการสั่นของผ้าเบรกขณะหยุดรถเปลี่ยนไป ก่อให้เกิดเสียงเบรกได้
4.ตรวจสอบก้ามปู สังเกตว่าบิดผิดรูปหรือไม่ เป็นเรื่องเกิดไม่บ่อยนัก แต่หากถูกกระทบแรงมากๆ ในระยะเวลาหนึ่ง หรือรถเกิดอุบัติเหตุ ตัวก้ามปูจะผิดรูปเล็กน้อย ชิ้นส่วนที่เป็นยางเสื่อมสภาพหรือไม่ หากชิ้นส่วนเป็นยางผิดปกติ จะทำให้ลูกสูบและส่วนที่สไลด์ทำงานไม่ปกติ มีอาการกระชาก เป็นต้น คลิปที่ยึดผ้าเบรกด้วยแรงที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการเอียงหรือสั่นเล็กน้อยได้
ส่วนเสียงเสียดสีหรือเหมือนกับการขูดของโลหะ หรือการเสียดสีของวัตถุสองชิ้น อาจเกิดความร้อนและเกิดเสียงดัง มาจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่
1.เสียงดังขณะเบรก ผ้าเบรกอาจมีส่วนผสมของโลหะมากเกินไป ควรเปลี่ยนใช้ผ้าเบรกที่มีส่วนผสมโลหะต่ำ
2.เสียงดังความถี่สูง เช่น อี๊ดๆ ขณะเบรก ผ้าเบรกอาจสึกหรอมาก (ความหนาน้อยกว่า 4 มม.) ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันที
3.เสียงความถี่สูงสลับกับเสียงความถี่ต่ำ จานเบรกอาจเสียดสีกับคาลิปเปอร์ ควรตรวจดูการยึดการติดตั้งของคาลิปเปอร์ ความแน่นของสลัก การปรับให้ทาจาระบี และปรับแบริ่งล้อใหม่ให้เหมาะสม
4.เสียงดังความถี่สูง เสียงเสียดสีความถี่สูง แบริ่งล้มหลวม สลักยึดคาลิปเปอร์ยาวเกินไป ควรปรับเปลี่ยนสลักยึดให้ยาวพอดีและเหมาะสม
http://auto.sanook.com/52027/
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร พ.ค. 17, 2016 2:59 pm

5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับไฟ Daytime Running Light ของคนไทย
ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เริ่มติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน หรือ Daytime Running Light ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานกันมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ แถมยังเป็นช่องทางให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถใส่ลูกเล่นเพิ่มความสวยงามให้กับตัวรถได้มากขึ้น นับเป็นจุดขายอย่างหนึ่งด้วย
ซึ่ง Daytime Running Light หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า 'เดย์ไลท์' นั้น ถูกนำมาบังคับใช้เป็นกฎหมายในยุโรปมาตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งรถยนต์นั่งทุกคันที่ผลิตขึ้นสำหรับวางจำหน่ายในยุโรปหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2011 เป็นต้นไป จะต้องติดตั้งระบบไฟดังกล่าวมาจากโรงงาน ส่วนรถที่ผลิตไปแล้วก่อนหน้าไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่ว่านี้แต่อย่างใด
คุณลักษณะของไฟ DRL ว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัย UNECE Reg 87 และ 48 กล่าวโดยสรุป คือ จะต้องมีความสว่างจนสามารถเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวัน และจะต้องหรี่หรือดับลงอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟหรี่หรือไฟหน้ารถ หาก DRL ถูกติดตั้งไว้ใกล้กับสัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องมีการหรี่หรือดับ DRL ข้างที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติเมื่อยกก้านไฟเลี้ยว เพื่อป้องกันการรบกวนทำให้ผู้ใช้ถนนไม่สามารถเห็นไฟเลี้ยวได้อย่างชัดเจน เป็นต้น
ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ถนนคันอื่นสามารถเห็นรถที่ติดตั้ง DRL ได้อย่างชัดเจนขึ้นแม้ในเวลากลางวัน ช่วยให้สามารถกะระยะห่างและความเร็วที่แล่นมาของรถได้ดียิ่งขึ้น คล้ายกับกฎหมายที่มีการบังคับรถมอเตอร์ไซค์ให้เปิดไฟหน้ารถไว้ตลอดเวลาขณะขับขี่นั่นเอง ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้ผลิตรถยนต์ในบ้านเราหันมาให้ความสนใจกับฟังก์ชั่นที่ว่านี้กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Daytime Running Light ของผู้ใช้รถในบ้านเราอยู่ไม่น้อย ซึงรวบรวมมาไว้ดังนี้ครับ
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. พ.ค. 19, 2016 11:15 am

1.ต้องเป็นไฟสีขาวเสมอ
ไฟ DRL ที่พบเห็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเป็นแบบ LED ที่ให้แสงสีขาว สวยงาม สะดุดตา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไฟ DRL จะต้องเป็นแบบแอลอีดีเสมอไป รถบางรุ่นยังคงใช้หลอดแบบฮาโลเจนที่ให้แสงสีขาวนวลอมเหลือง ซึ่งก็สามารถใช้ได้เช่นกันหากให้ความสว่างเพียงพอ
2.กินแบตโดยใช่เหตุ
จริงอยู่ที่ถ้ารถมีอุปกรณ์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะส่งผลให้กินแบตมากขึ้นตามไปด้วย แต่สำหรับไฟ DRL นั้นถือว่ากินแบตน้อยมาก โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นแบบ LED แต่ถ้าเป็นหลอดแบบฮาโลเจนก็ใช้พลังงานไม่ต่างไปจากหลอดไฟเบรก (แบบไส้) เลย ดังนั้น จึงตัดกังวลไปได้เลยว่าเปิดไฟเดย์ไลท์แล้วจะทำให้เปลืองแบตรถเปล่าๆ
ทางที่ดีถ้ารถคันไหนมีมาให้ ก็ใช้ไปเถอะครับ เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ต้องไปปิดหรือเปิดไฟหรี่แทน ซึ่งวิธีนั้นเผลอๆจะกินแบตมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะไฟรถจะสว่างทั้งคัน ไม่เว้นแม้แต่ภายในห้องโดยสาร
3.ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร
อย่างที่บอกไปว่า DRL ถูกกำเนิดขึ้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้น การที่เปิดไฟ DRL ทิ้งไว้ จะทำให้รถคันอื่นสามารถสังเกตเห็นรถของคุณได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ในกรณีที่คุณขับรถเร็วอยู่ในช่องทางขวา หากมีรถกำลังจะแซงมาจากเลนซ้าย เขาก็จะสามารถคาดคะเนความเร็วของรถคุณได้ดีขึ้นด้วย เป็นต้น
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พุธ พ.ค. 25, 2016 2:50 pm

ตลาดรถญี่ปุ่นเผชิญศึก ค่าเงินแข็ง-เรื่องอื้อฉาว
บรรยากาศตลาดรถยนต์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาร้อนแรงเป็นที่จับตามองอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นข่าวการโกงการประหยัดน้ำมันของมิตซูบิชิ ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากญี่ปุ่นปัญหาถุงลมนิรภัยทากาตะที่นำไปสู่การเรียกคืนรถยนต์กว่า 50 ล้านคันทั่วโลก หรือโฟล์คสวาเกน บริษัทรถยนต์สัญชาติเยอรมันที่มีการโกงการตรวจสอบมลพิษ กลับมียอดขายรถยนต์ครองอันดับ 1 แซงหน้าโตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ที่ 2.51 ล้านคัน
ล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ คาดการณ์ว่าผลกำไรจากการดำเนินงานประจำปีงบประมาณปัจจุบันสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2017 อาจปรับตัวลงถึง 40.4% อยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเยน (ราว 5.5 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 5 ปี เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น และเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ชะลอตัว
ส่วนกำไรสุทธิปีงบประมาณเดียวกันอาจร่วงลง 35.1% แตะ 1.5 ล้านล้านเยน (ราว 4.9 แสนล้านบาท) ขณะที่รายได้ก็มีแนวโน้มจะปรับตัวลงราว 6.7% แตะ 26.5 ล้านล้านเยน (ราว 8.61 ล้านล้านบาท)
อาคิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ระบุว่า ที่ผ่านมาโตโยต้าได้ประโยชน์จากเงินเยนอ่อนค่า ส่งผลให้รายได้ของบริษัทอยู่สูงกว่าระดับจริง ส่วนปีนี้บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่อาจทำให้สถานการณ์ของโตโยต้าแย่ลงไปอีกในปีนี้
อย่างไรก็ดี โตโยต้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์ที่ 10.15 ล้านคันทั่วโลกปีนี้ สูงกว่ายอดขายปีก่อนที่ 10.09 ล้านคันทั่วโลก โดยในปีงบประมาณก่อน ผลกำไรค่าดำเนินงานปรับตัวขึ้น 3.8% แตะ 2.85 ล้านล้านเยน (ราว 9.3 แสนล้านบาท) ผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.4% อยู่ที่ 2.31 ล้านล้านเยน (ราว 7.5 แสนล้านบาท) และยอดขายเพิ่มขึ้น 4.3% แตะ 28.40 ล้านล้านเยน (ราว 9.22 ล้านล้านบาท)
มิตซูบิชิรับโกงรถทุกรุ่น
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ยอมรับว่าอาจมีการโกงการประหยัดน้ำมันในรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิทุกรุ่นที่จำหน่ายในญี่ปุ่นตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 6 แสนคัน
จากข่าวฉาวดังกล่าว ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์มินิคาร์ รุ่นอีเค วากอน และอีเค สเปซ ของมิตซูบิชิ ร่วงลงจากอันดับ 12 มาอยู่ที่อันดับ 19 เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นเดอะ เดย์ส และเดอะ เดย์ส รูกซ์ ของนิสสัน ที่ร่วงลงเช่นกัน โดยยอดจำหน่ายรถยนต์รุ่นเอ็น-บ็อกซ์ ของฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 14.4% ตามมาด้วยรถยนต์รุ่นตันโตะของไดฮัทสุ มอเตอร์ ปรับตัวขึ้น 36.7%
.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/431449
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » ศุกร์ มิ.ย. 03, 2016 2:08 pm

:lol: :lol: :lol: :lol: up up up
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร มิ.ย. 14, 2016 4:15 pm

ไฟหน้า
การเปลี่ยนไฟหน้าให้สว่างกว่ามาตรฐาน ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยได้ดีเสมอไป โดยเฉพาะแสงสีขาวและสีฟ้า แม้ว่าจะดูสว่างมากขึ้น แต่เมื่อเกิดฝนตก แสงสีขาวและสีฟ้านั้นจะสะท้อนกับละอองฝน ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงเช่นเดียวกับการขับรถฝ่าหมอก และแทบไม่มีประโยชน์เลยด้วยซ้ำ ยามต้องวิ่งกลางฝนเวลากลางคืน แสงไฟโทนออกเหลืองนั้นจะส่องสว่างได้มากกว่า เพราะมีการสะท้อนแสงน้อยกว่า จึงมีความปลอดภัยมากกว่าในการขับขี่
ทั้งนี้ควรจะเลือกให้เหมาะสม อย่าตามแฟชั่นและต้องศึกษาให้ถี่ถ้วน ส่วนท่านที่ต้องเดินทางในพื้นที่ที่ฝนตกชุกเป็นประจำ แนะนำให้ติดสปอตไลท์สีเหลือง เพราะจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางได้มาก แต่จะต้องปรับตั้งลำแสงให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้กวนสายตาผู้ใช้รถท่านอื่น ๆ
มารยาทของการใช้สปอร์ตไลท์นั้นเมื่อเห็นแสงไฟของรถที่สวนมาต้องปิดทันที เพราะจะทำให้ผู้ขับขี่ที่สวนมานั้นตาพร่าเฉียบพลันซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้
รถรุ่นใหม่ ๆ มักจะมีไฟตัดหมอกหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังมีเจ้าของรถจำนวนหนึ่งที่ใช้ไม่ถูกกาลเทศะ เช่นเดียวกับพวกที่ชอบเปิดสปอตไลท์หรือไฟตัดหมอกหน้าในเมืองทั้ง ๆ ที่มีไฟถนนและฝนก็ไม่ได้ตก
กรณีฝนตกหนักควรเปิดไฟตัดหมอกหลัง เพื่อเป็นการแสดงตัว เพราะผู้ที่ขับตามหลังมา จะมองเห็นได้ชัดเจนและไกลกว่า ถ้าไม่มีสามารถซื้อมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ และควรติดตั้งเพียงดวงเดียวในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น ใต้กันชนหลังด้านขวา (ด้านเดียวกับผู้ขับขี่) เพราะบ้านเราใช้รถพวงมาลัยขวาและขับชิดซ้าย
การติดตั้งด้านขวาเป็นการบ่งบอกถึงความกว้างของตัวรถได้อีกทางหนึ่งด้วย สามารถใช้ได้ทั้งตอนฝนตกและหมอกลงจัด เมื่อทัศนวิสัยเปิดและมองเห็นได้ชัดเจนก็ควรปิดทันที แม้ทัศนวิสัยแย่มาก ๆ ก็ไม่ควรใช้สัญญาณไฟกะพริบหรือไฟฉุกเฉินอย่างเด็ดขาด
อุปกรณ์จำเป็นสำหรับฤดูฝน
อุปกรณ์กันฝน เช่น ร่ม เสื้อกันฝน แม้กระทั่งหมวกต้องเตรียมเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน และที่ขาดไม่ได้คือไฟฉายที่ควรแยกถ่านเอาไว้ต่างหาก และควรเก็บไว้ในช่องเก็บของหรือหลังเบาะ
อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น สเปรย์ไล่ความชื้น กระดาษทิชชู สายลากรถ ผ้าพลาสติกสำหรับปูกันเปื้อน สายพ่วงแบตเตอรี่ต้องมีเอาไว้ ที่ชาร์จแบตฯ มือถือแบบเสียบที่จุดบุหรี่ หรือเพาเวอร์แบงค์ อุปกรณ์เหล่านี้ถ้าเครื่องยนต์ไม่ดับกลางฝนคุณจะไม่นึกถึงความดีและความจำเป็นของมันแน่นอน
อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือเสื้อยืดและผ้าเช็ดตัว เก็บไว้ไม่เสียหาย เพราะหลังจากเปียกคุณคงไม่อยากเข้ามานั่งหนาวหรือเปียกในรถต่อแน่นอน
เมื่อต้องการเดินทางควรตรวจเช็กสภาพอากาศไว้ก่อน ฟังข่าวจราจรหรือพยากรณ์อากาศบ่อย ๆ เมื่อเห็นว่าฝนทำท่าจะตกหนัก ควรหาที่จอดพัก เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือจุดบริการของตำรวจทางหลวง รอให้ทัศนวิสัยดีพอแล้วค่อยเดินทางต่อ
การรอให้ฝนตกสักพักจะช่วยให้น้ำฝนชะล้างดินโคลนบนผิวถนนออกไปได้มาก ถนนก็จะลื่นน้อยลง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกทางหนึ่ง เมื่อฝนตกต้องลดความเร็วลงและใช้การสังเกตให้มากกว่าปกติ เพราะมักจะมีน้ำท่วมขังบริเวณคอสะพาน ด้านเอียงในโค้ง ฯลฯ ต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก เพราะน้ำที่ท่วมขังสามารถทำให้รถเสียหลักได้ง่าย ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่ประมาท และถ้าเลี่ยงการขับขี่เวลาฝนตกหนักได้จะเป็นการดีที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือ GM CAR
Vol.18 No.238 พฤษภาคม 2556
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก differ-autoparts.com , siamsubaru.com , weekendhobby.com , srdriving.com เเละ trekkingthai.com
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ ก.ค. 04, 2016 2:45 pm

อาการผิดปกติของ พัดลมหม้อน้ำ

สำหรับรถยนต์ 1 คัน ต่างก็มีระบบมากมายแบ่งออกเอาไว้เป็นส่วนๆ และในเรื่องของเครื่องยนต์ก็มีแยกย่อยออกไปอีกเช่นกัน รวมไปถึงระบบระบายความร้อน ซึ่งหลักๆ แล้วเรามักจะนึกถึงแต่หม้อน้ำ เพราะมันถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด แต่ถ้าเกิดไม่มี พัดลมหม้อน้ำ มันก็คงจะเป็นงานหนักมากแน่ๆ สำหรับการทำงานของระบบระบายความร้อน

และปัจจุบัน ส่วนมากพัดลมหม้อน้ำที่ใช้กันในรถรุ่นใหม่ๆ จะเป็นแบบไฟฟ้าแทบทั้งหมดแล้ว เพราะสามารถควบคุม และใช้ทำงานได้ง่ายกว่าแบบเก่า ที่ขับเคลื่อนด้วยสายพาน โดยใช้แรงหมุนจากเครื่องยนต์นั่นเอง แต่ถึงแม้จะเปลี่ยนเป็นรุ่นไหนก็ตาม หน้าที่ในการทำงานของพัดลมหม้อน้ำก็ยังคงเหมือนเดิม ซึ่งก็คือ ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้เครื่องยนต์นั่นเอง

ส่วนการดูแลรักษาพัดลมหม้อน้ำ จริงๆ แล้วแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่หมั่นตรวจดูสภาพ และการทำงานของพัดลมหม้อน้ำ ว่ายังทำงานปกติดีหรือไม่ ซึ่งการตรวจเช็กนั้น ควรทำพร้อมกันกับการตรวจระดับหล่อเย็น จากนั้นตรวจดูใบพัดว่ามีความเสียหาย แตก หัก ตรงไหนบ้าง ถ้าให้ดี ตรวจดูกรอบ และโครงยึดด้วย ว่ายังติดแน่นในตำแหน่งเดิมรึเปล่า หรือมีตรงไหนหลุด เคลื่อนที่ไปบ้าง


แต่ถ้าตรวจเช็กแล้ว พัดลมหม้อน้ำมีการทำงานผิดปกติดังนี้

1. พัดลมหม้อน้ำทำงานตลอดเวลา ต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับพัดลมหม้อน้ำแน่นอน อาจจะเกี่ยวกับระบบหล่อเย็น หรืออาจจะเป็นที่ตัวควบคุมการทำงานของพัดลมก็ได้ ดังนั้นขั้นแรก ให้ฉีดน้ำไปที่หม้อน้ำก่อน (ห้ามฉีดน้ำไปที่ตัวมอเตอร์เด็ดขาด เพราะจะทำให้ชิ้นส่วนภายในเสียหาย หรือถ้าร้ายแรงมากๆ อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร) หากฉีดไปได้สักพักแล้วพัดลมหม้อน้ำหยุดทำงาน เป็นไปได้ว่า การระบายความร้อนของหม้อน้ำผิดปกติ เกิดความบกพร่อง เช่น สารหล่อเย็นมีไม่พอต่อการใช้งานในระบบ, ครีบระบายความร้อนมีอาการอุดตัน, ในหม้อน้ำมีสนิม หรือตะกรันเกิดขึ้น, ปั๊มน้ำเทอร์โมสตัทพัง ฯลฯ

และหากฉีดน้ำไปพักนึงแล้ว จนรู้สึกได้ว่าความร้อนของเครื่องยนต์ลดลงเป็นปกติ แต่พัดลมยังไม่หยุดหมุน เป็นไปได้ว่า เทอร์โมสวิทช์ หรืออุปกรณ์ควบคุมการทำงานของพัดลมเจ๊งแน่นอน

2. พัดลมหม้อน้ำไม่หมุนไม่ทำงาน ให้ไปตรวจดูฟิวส์ก่อนเป็นอันดับแรก ว่าเสียรึเปล่า (ดูตำแหน่งของฟิวส์ได้จากคู่มือรถยนต์รุ่นนั้นๆ) หากเช็กดูแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ไปดูขั้วเสียบ และสายไฟเป็นอันดับต่อไป แต่ถ้าตรวจแล้วไม่มีอะไรเสียหายอีก จุดต่อไปที่ต้องดูก็คือ ตัวพัดลม หรือวงจรควบคุม ซึ่งในส่วนนี้เราไม่สามารถซ่อมแซม หรือแก้ไขอะไรได้ คงต้องนำรถเข้าไปตรวจสอบดูที่ศูนย์บริการ หรือไม่ก็อู่ซ่อม เพื่อให้ช่างผู้ชำนาญงานเช็กดูให้

เนื่องจากวงจรควบคุมของรถบางรุ่น ทำงานเชื่อมต่อร่วมกับกล่อง ECU หรือกล่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ดังนั้นหากเราซ่อม หรือแก้ไขเองแล้วเกิดความผิดพลาดขึ้นมา มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจได้เสียเงินเพิ่ม เพื่อซ่อม หรือซื้อกล่อง ECU ตัวใหม่นั่นเอง

http://auto.sanook.com/53801/
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พุธ ก.ค. 13, 2016 4:37 pm

เปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้
วิธีนี้ทำก็ต่อเมื่อคุณจอดรถในที่ร่มแบบหลังคาเท่านั้น เพราะการเปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้เป็นการทำให้ในห้องเครื่องไม่เป็นที่สงบเกินไป หนูก็จะไม่ชอบและเลิกเข้ามาอาศัยห้องเครื่องเอง
- หาของสารพัดสิ่งที่หนูเกลียดมาวางไว้
หนูมีจมูกที่ดีและกลิ่นสิ่งฉุน ๆ แต่ก็ต้องรับผลข้างเคียงที่จะมีกลิ่นเหล่านี้ติดเข้ามาในรถด้วย เช่น
ทาน้ำมันก๊าดในห้องเครื่อง ข้อควรระวังคือน้ำมันก๊าดจะกัดวัสดุที่เป็นยาง วิธีทำคือนำแปรยงสีฟันเก่ามาจุ่มและทาบางพื้นที่เลี้ยงไม่โดนซีลยาง
วางลูกเหม็น วิธีที่ดีคือนำลูกเหม็นใส่ตาข่ายตาถี่ ๆ มัดวางไว้เป็นจุด ๆ ก่อนเราใช้รถก็หยิบออก
ยาไล่หนู ขอบอกว่ามีเพียบในตลาดและซูเปอร์มาเก็ต ทั้งของนอกของไทย แบบเม็ด แบบแผ่นแปะ หรือเป็นน้ำยา ก็เลือกมาใช้ได้แต่เช็กเรื่องกลิ่นกันหน่อยก็ดี เอาแบบที่ไม่ฉุนครับ
- ปิดใต้ทองรถให้สนิท
วิธีนี่เปลืองเงินมากหน่อยแต่ก็ได้ผลดีทีเดียว ในรุบางรุ่นก็เก็บใต้ท้องรถดีไม่มีช่องพอให้หนูมุดเข้าแน่นอน ลองไล่เช็กแผ่นใต่รถดูว่าติดจุดยึดครบทุกจุด หรือมีขาดก็เปลี่ยนเสีย หรืออีกวิธีคือเข้าร้านประดับยนต์ ถามหาแผ่นปิดใต่ท้องรถของแต่งสำหรับขาซิ่งทั้งหลาย ประโยชน์หลักคือเพิ่มค่าอากาศพลศาสตร์ของรถให้ดีขึ้นโดยการควบคุมอากาศให้ไหลผ่านใต้ท้องรถได้ดี และประโยชน์รองก็คือปิดหนูเข้าห้องเครื่องได้ครับ
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ ก.ค. 18, 2016 3:56 pm

- เลี้ยงแมวสู้
ไม่ว่าวิธีไหน ๆ ก็ยังแก้ไม่ได้ก็ลองหันมาเลี้ยงแมวดู โดยหนูมีสัญชาตญาณที่ไม่ชอบแมว แค่มีกลิ่นเจอแมวก่อกวนตลอด รับรองคุณจะไม่เจอหนูรบกวนอีกแน่นอน
- ย้ายที่จอดรถ
ถือว่าเป็นยอมแพ้เพื่อชนะ เพราะถ้าคุณไม่สะดวกเลี้ยงแมว หมดลูกเหม็นหนูมาใหม่ กำจัดเท่าไหร่หนูก็ไม่หมด จอดรถหน้าบ้านก็ย้ายมาจอดในบ้านเสียจะได้ควบคุมได้ หรือมีพื้นที่จอดในบ้านเยอะ ปรับตำแหน่งจอดให้ห่างท่อ ห่างครัว ห่างถังขยะ ก็ลดความเสี่ยงลงได้เยอะ
แน่อนว่าการป้องกันและกำจัดหนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะหนูชุดใหม่สามารถแวะมาเยี่ยมเยือนได้เรื่อย ๆ ถ้าสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยทางที่ดีเรามารักษาความสะอาดรอบ ๆ บ้าน รอบ ๆ ที่จอดรถให้ดีจะได้ปลอดหนูอย่างยั่งยืนครับ
http://car.kapook.com/view151786.html
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » ศุกร์ ก.ค. 22, 2016 3:50 pm

ยอดขายรถยนต์พฤษภาคม 2016 เพิ่ม 16% เป็นบวกสองเดือนติด สัญญาณดีตลาดฟื้น
ยอดขายรถยนต์พฤษภาคม 2016 ขาย 66,035 คัน เพิ่มขึ้น 16.0% เป็นบวกต่อเนื่องสองเดือนติด สะสม 5 เดือนขาย 302,581 คัน ลดลง 2.0%
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนพฤษภาคม 2559 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 66,035 คัน เพิ่มขึ้น 16.0%
- รถยนต์นั่ง 25,050 คัน เพิ่มขึ้น 8.3%
- รถเพื่อการพาณิชย์ 40,985 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%
- รถกระบะขนาด 1 ตัน 33,549 คัน เพิ่มขึ้น 29.8%
ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนพฤษภาคม 2559
ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 66,035 คัน เพิ่มขึ้น 16.0%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 22,307 คัน เพิ่มขึ้น 23.9% ส่วนแบ่งตลาด 33.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,757 คัน เพิ่มขึ้น 17.3% ส่วนแบ่งตลาด 19.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 9,812 คัน เพิ่มขึ้น 10.6% ส่วนแบ่งตลาด 14.9%
ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 25,050 คัน เพิ่มขึ้น 8.3%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 8,896 คัน เพิ่มขึ้น 19.6% ส่วนแบ่งตลาด 35.5%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 7,177 คัน เพิ่มขึ้น 18.4% ส่วนแบ่งตลาด 28.7%
อันดับที่ 3 มาสด้า 2,230 คัน เพิ่มขึ้น 13.5% ส่วนแบ่งตลาด 8.9%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 33,549 คัน เพิ่มขึ้น 29.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,842 คัน เพิ่มขึ้น 32.2% ส่วนแบ่งตลาด 38.3%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 11,649 คัน เพิ่มขึ้น 19.1% ส่วนแบ่งตลาด 34.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,950 คัน เพิ่มขึ้น 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 8.8%
ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 4,645 คัน
โตโยต้า 1,832 คัน
มิตซูบิชิ 1,203 คัน
อีซูซุ 1,100 คัน
ฟอร์ด 460 คัน
เชฟโรเลต 50 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 28,904 คัน เพิ่มขึ้น 22.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 11,010 คัน เพิ่มขึ้น 20.6% ส่วนแบ่งตลาด 38.1%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 10,549 คัน เพิ่มขึ้น 20.2% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 2,279 คัน เพิ่มขึ้น 30.5% ส่วนแบ่งตลาด 7.9%
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 40,985 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 13,411 คัน เพิ่มขึ้น 26.9% ส่วนแบ่งตลาด 32.7%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,757 คัน เพิ่มขึ้น 17.3% ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 2,950 คัน เพิ่มขึ้น 34.7% ส่วนแบ่งตลาด 7.2%
ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของตลาดรถยนต์ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อีกทั้งเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของตลาดรถยนต์นั่งครั้งแรกในรอบ 36 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2556
และที่น่าสนใจคือยอดขายรถทุกกลุ่ม โตโยต้า กลับมาครองแชมป์ได้ทั้งหมดอีกครั้งหลังจากที่ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งเสียแชมป์ให้ฮอนด้ามาหลายเดือน กลุ่มกระบะเองก็โดนอีซูซุเบียดแซงอยู่อยครั้งครับ
http://car.kapook.com/view151284.html
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร ส.ค. 02, 2016 3:22 pm

10 สัญญาณบอกเหตุเบรกมีปัญหา

“เบรก” มีปัญหา หลายคนอาจมีความเชื่อเรื่องจิตสัมผัสลางบอกเหตุ หรือลางสังหรณ์ เวลาที่จะมีภัยหรือมีเรื่องร้ายเข้ามาใกล้ตัว บ้างก็บอกว่ารู้สึกแล้วต้องรีบแก้เคล็ด ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ แต่เรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ ถ้าพูดแบบภาษาที่พวกช่างชอบใช้กันก็คือ ถ้าคุณสังเกตหรือเจออาการตามที่บอกมา แล้วไม่รีบแก้ไขล่ะก็ ภัยมาถึงตัวคุณแน่ ๆ

1. เบรกดัง

อาการ : มีเสียงดังขณะเบรกให้สังเกตว่าดังมาจากจุดใด ดังทุกล้อ หรือแค่ล้อใดล้อหนึ่ง ถ้าดังเป็นคู่ เช่น คู่หน้าหรือหลัง ส่วนใหญ่เกิดจากผ้าเบรกและจานเบรกที่อาจจะหมดแล้วเสียดสีกัน

แต่ถ้าดังบางจุด อาจเกิดจากมีฝุ่นหรือหินหลุดเข้าไปเสียดสีระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก จึงควรตรวจสอบและแก้ไข บางกรณีก็อาจเกิดจาการใช้ผ้าเบรกที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ทางที่ดีควรเลือกใช้ผ้าเบรกจากโรงงานหรือยี่ห้อที่มีมาตรฐานเท่านั้น

2. เบรกสั่น

อาการ : เหยียบเบรกเบา ๆ แล้วแป้นเบรกสั่นขึ้น-ลง ระยะเริ่มแรกจะส่งอาการมาเบา ๆ ที่แป้นเบรก แต่ถ้าเยอะมาก ๆ อาจรู้สึกสั่นถึงพวงมาลัย หากปล่อยไว้ถึงชั้นรุนแรงอาจสั่นสะท้านไปทั้งคัน สาเหตุเกิดจากจานเบรกคดบิดตัว สึกหรอไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อใช้งานอย่างรุนแรงเกินไป หรือจานเบรกไม่ได้มาตรฐาน สาเหตุอื่น ๆ เช่น เบรกความร้อนสูงแล้วลุยน้ำ อาการนี้เกิดได้ทั้งระบบดิสก์เบรกและดรัมเบรก ควรไปตรวจเช็คและเจียรจานเบรก

3. เบรกทื่อ

อาการ : เหยียบเบรกแล้วรู้สึกไม่ค่อยอยู่ จะรู้สึกเบรกแข็ง ๆ ต้องออกแรงเหยียบเบรกมากกว่าปกติ อาการเบรกตื้อ ๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น หม้อลมเบรกเริ่มรั่วซึมจากชุดผ้าใบภายในหรือวาล์ว PVC หรือ Combo Vale เสีย ทำให้แรงสุญญากาศของหม้อลมน้อย สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล อาจเป็นที่ปั๊มสุญญากาศที่บริเวณตูดไดชาร์จเสียรวมทั้งสายลมรั่ว เป็นต้น ควรรีบแก้ไขโดยด่วน

4. เบรกจม

อาการ : เหยียบเบรกแล้วแป้นเบรกจมลงต่ำกว่าปกติ หากเหยียบค้างไว้แล้วแป้นเบรกค่อย ๆ จมลง ๆ นั่นเป็นอาการของเบรกจมบ้างก็เรียกเบรกต่ำ ส่วนมากเกิดจากลูกยางแม่ปั๊มเบรกตัวบนสึกหรอ หรือบวม ทำให้แรงดันเบรกลดลง ต้องออกแรงเบรกมากขึ้น หรือทำให้ต้องย้ำเบรก ควรรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะสิ่งที่จะตามมาคือเบรกแตก!!!

5. เบรกแตก

อาการ : เหยียบเบรกแล้วแป้นจมเบรกไม่ทำงาน มีหลายสัญญาณที่จะเตือนผู้ใช้ก่อนเกิดอาการเบรกแตก หากละเลยใช้งานจนเกิดปัญหาอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อาการเมื่อกดแป้นเบรกจนสุดถึงพื้นรถ หรือนุ่มหยุ่น ๆ ก่อนแล้วจมลงติดพื้น แต่รถยังคงไม่ลดความเร็ว เหมือนไม่มีเบรก สาเหตุอาจมาจากการรั่วของน้ำมันเบรก ท่อทางระบบเบรกแตก หรือน้ำมันเบรกรั่วซึมมาเป็นเวลานาน ลูกยางแม่ปั๊มเบรก และตัวแม่ปั๊มเบรกเสียหายจนน้ำมันเบรกรั่วไหลออกจนหมด หรืออาจเกิดจากชิ้นส่วนของระบบเบรกหลุดหลวม หรือเกิดจากสายอ่อนเบรกแตกการลดความเร็วอย่างปลอดภัยขึ้นอยู่กับความเร็วของรถและเส้นทางขณะที่เกิดเหตุ การค่อย ๆ ลดตำแหน่งเกียร์ควบคู่ไปกับการค่อย ๆ ดึงเบรกมือ (ที่เป็นเบรกมือแบบสาย แบบไฟฟ้าห้ามใช้) จะช่วยลดความเร็วลงได้
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร ส.ค. 09, 2016 4:09 pm

ห้องโดยสารสกปรก ส่งผลร้ายมากกว่าที่คุณคิด
ห้องโดยสารรถยนต์เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ย่อมต้องมีสิ่งสกปรกเกิดขึ้น ทั้งบริเวณเบาะนั่ง คอนโซล แพงประตู ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเป็นหน้าที่โดยปกติเช่นกันที่เจ้าของรถจะต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
แต่ถึงกระนั้นผู้ที่ใช้รถทุกวันจะให้มานั่งเช็ดถูทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ ก็คงไม่มีเวลา (บางท่านนาน ๆ กว่าจะล้างรถสักที) หรือแม้แต่พฤติกรรมของคนที่ไม่ใส่ใจรักษาความสะอาดปล่อยให้ฝุ่นจับหนาหรือมีกลิ่นอับ ท่านเหล่านั้น จะทราบหรือไม่ว่า...สิ่งสกปรกที่สัมผัสหรือที่เห็นอยู่รอบตัวในห้องโดยสารสามารถส่งผลเสียต่อสุภาพของผู้โดยสารมากกว่าที่คิด
สิ่งสกปรกที่จะอยู่ในห้องโดยสารหลัก ๆ แล้วก็คือ "ฝุ่น" เกิดขึ้นได้ง่ายจากการเล็ดลอดมาทางระบบปรับอากาศ หรือแค่เพียงเปิดประตู หน้าต่าง ด้วยขนาดที่เล็กมาก ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ฝุ่นจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในห้องโดยสาร และเจ้าฝุ่นที่ว่านี้ ไม่ได้มาแค่เพียงหนึ่งเดียว ยังพาเพื่อนตัวน้อย ๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วย ท่านทั้งหลายพอจะเดาออกมั้ยครับว่าฝุ่นมากับใคร? ถ้ายังคิดไม่ออก บอกให้เลยก็ได้ว่า มากับ "ไรฝุ่น" ไงครับ...!!!
"ไรฝุ่น" มันคืออะไร? ใช่แล้ว มันคือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ดูจากชื่อแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไร แต่ที่ไหนได้ สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ มันคือของแสลงที่สุด ไรฝุ่นเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นสัตว์จำพวกแมลงแต่มีลักษณะคล้ายกับแมงมุมเห็บ หมัด มีขา 8 ขา ขนาดของไรฝุ่นจะวัดได้ 1 ส่วน 100 ของความยาวที่เป็นนิ้ว ซึ่งเทียบแล้วคือเล็กกว่าหัวปากกาลูกลื่นที่จุดลงบนกระดาษเสียอีก อาหารของไรฝุ่น คือ เซลล์ผิวหนังของคนและสัตว์เลี้ยงที่หลุดลอกออกมา
ผิวหนังของคนนั้นโดยทั่วไปจะหลุดลอกวันละประมาณ 1.5 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอที่จะเลี้ยงตัวไรฝุ่นให้เจริญเติบได้เป็นอย่างดี นอกจากอาหารที่ได้จากคน ไรฝุ่นยังอาศัยพวกใยผ้าและขนสัตว์กินเป็นอาหารได้ด้วย ไรฝุ่นมีตา หายใจทางผิวหนัง ไรฝุ่นชอบอยู่ในที่อุ่น ขึ้น และเต็มไปด้วยฝุ่นละออง เช่น หมอนที่นอน พรม และเฟอร์นิเจอร์ผ้า เป็นสถานที่เหมาะที่สุดสำหรับครอบครัวไรฝุ่น
ภายในห้องโดยสาร วัสดุที่ทำจากผ้าไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งกำมะหยี่ ผ้าบุแผงประตู เพดานห้องโดยสาร ฯลฯ จุดด่าง ๆ เหล่านี้ หากเราปล่อยให้มีสิ่งสกปรกสะสมมาก ๆ เช่น เส้นผม ขนสัตว์ เศษใบไม้ รถของเราก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อให้กับ "โรคภูมิแพ้" ไปโดยปริยาย
โดยปกติแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์มีหน้าที่ที่จะจดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะทำร้ายร่างกายของเรา เช่นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ฯลฯ โดยการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรค สำหรับโรคภูมิแพ้นั้น เป็นภาวะที่ภูมิของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้ Allergen จากสิ่งแวดล้อม
ซึ่งปกติจะไม่มีอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่แพ้ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นโรคที่เกิดจาก "ปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้" ปฏิกิริยานี้เริ่มเมื่อเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการสร้างภูมิที่เรียกว่า IgE Antibody ตัว Antibody นี้จะกระตุ้น Mast Cell ให้มีการหลั่งสาร Histamin ขึ้นที่เนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะ เช่น ลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูกแน่นหน้าอกเนื่องจากหอบหืดบางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นตัวแสบอันดับต้น ๆ มีที่มาจาก "ไรฝุ่น" นั่นเอง
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » ศุกร์ ส.ค. 19, 2016 11:27 am

สำหรับคำถามที่ว่า "ไรฝุ่นทำให้เกิดภูมิแพ้ได้อย่างไร ?" คำตอบคือ คนที่แพ้ไรฝุ่น หมายถึงคนที่มีปฏิกิริยาต่อโปรตีนในตัวและในมูลของไรฝุ่นที่ตายแล้ว โปรตีนดังกล่าวจะมีผลเสียต่อทางเดินหายใจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบ และโรคหอบหืด อีกทั้งยังทำให้คนที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบมีอาการของโรคมากขึ้น
ซึ่งตัวไรฝุ่นที่ตายแล้วจะมีโปรตีนจำนวนมาก เมื่อเราสูดลมหายใจ หรือผิวหนังของเราสัมผัสกับตัวไรฝุ่นที่ตาย ร่างกายองเราก็จะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ภูมิต้านทานนี้จะปล่อยสารเคมี ซึ่งทำให้เกิดการบวมและการระคายเคืองของทางเดินหายใจตอนต้น นั่นก็คืออาการของโรคทางเดินหายใจอักเสบ และโรคหอบหืด ที่สำคัญคือ โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย
วิธีที่จะป้องกันไรฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง นอกเหนือจากการทำความสะอาดผิวสัมผัสต่าง ๆ ในห้องโดยสารแล้ว ยังต้องทำความสะอาดดูแลรักษาระบบปรับอากาศในรถยนต์ด้วย โดยเฉพาะตู้แอร์ ที่ใครหลายคนบอกว่า "มันคือแหล่งซ่องสุมเชื้อโรค" ไรฝุ่น เชื้อรา แบคทีเรีย ยุ่บยั่บไปหมด
บริการคาร์แคร์ต่าง ๆ หรือร้านแอร์จึงต้องมีบริการล้างตู้แอร์และฆ่าเชื้อโรคเหล่นี้ ปีละ 1 ครั้งก็ยังดี เพราะฝุ่นจากภายนอกจะเข้ามาในระบบปรับอากาศทุกครั้งที่เปิดแอร์ เมื่อฝุ่นละอองมาเกาะอยู่ตามแผงคอยล์เย็นในตู้แอร์ ทุกครั้งที่เปิดแอร์ ลมก็จะพัดเอาฝุ่นเล็ก ๆ เข้ามาในตัวรถ ยิ่งนั่งอยู่ในรถนาน ๆ ก็ยิ่งสุดฝุ่นสะสมเข้าไปในร่างกายมากขึ้น รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ โรคภูมิแพ้หวัดเรื้อรัง
เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบความชื้นเป็นพิเศษ วันไหนรถเจอน้ำเจอฝน ลืมปิดกระจก รถมีรอยรั่วซึมจนน้ำเล็ดลอดเข้ามาสร้างความชื้นสะสมได้ หรือการขับรถลุยน้ำ ก็จะต้องโดนความชื้น และตามมาด้วยเชื้อราถ้าไม่รับทำความสะอาด
การกำจัดเชื้อราสำหรับพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่ยากอะไร ไล่ความชื้นตากแดดปล่อยให้ลมโกรกหลังทำความสะอาด เท่านี้ก็ไล่เจ้าตัวร้ายไปได้ แต่ถ้าเป็นในห้องโดยสารรถยนต์ที่มีซอกมุม ต้องถอดรื้อออกมาทำความสะอาดกันยกใหญ่
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พุธ ส.ค. 24, 2016 3:23 pm

ยิ่งในกรณีของรถที่ได้รับความชื้นนาน ๆ อาจมีเชื้อราขึ้นตามเบาะ เพดานหลังคา พรมปูพื้น ช่องเก็บของท้ายรถ วัสดุหุ้มพวงมาลัย คอนโซล และที่มองไม่เห็นคือในระบบปรับอากาศ วิธีกำจัดเชื้อราในรถยนต์ที่จะนำมาบอกกล่าวกินในวันนี้ คือ การใช้น้ำส้มสายชูกลั่นชนิดใสไม่มีสี (อย่าใช้น้ำส้มสายชูกลั่นชนิดใสไม่มีสี (อย่าใช้น้ำส้มสายชูปลอม) ซึ่งมีกรดอะซิดิกหรือกรดน้ำส้มประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ นำมาใส่ในกระบอกฉีดพ่นละอองน้ำที่สะอาดจอดรถในที่โล่งห่างไกลคน และมีการระบายอากาศที่ดีเปิดประตูออกทั้งหมด
ขณะทำความสะอาดให้สวมหน้ากากกันฝุ่นชนิดที่กรองสปอร์ของเชื้อรา ฉีดพ่นสเปรย์น้ำส้มสายชูไปตามบริเวณที่มีราขึ้นภายในรถ ฉีดให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ ต้องระวังอย่าสูดดม หรือให้ปลิวเข้าตา ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะฆ่าเชื้อรา และจะระเหยหมดไปเองโดยไม่มีสารตกค้าง เมื่อระเหยหมดแล้วอาจฉีดสเปรย์ซ้ำอีกรอบเพื่อให้มั่นใจว่าฆ่าเชื้อราได้อย่างสิ้นซาก!!! ถ้าเห็นว่ามีคราบเชื้อราที่ตายแล้วติดอยู่ตามพื้นผิวก็ใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดออกและทิ้งผ้านั้นไป ถ้าเป็นเผ้ากำมะหยี่อาจต้องใช้แปรงพลาสติคขัดและใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก ควรสวมหน้ากากกันฝุ่นตลอดเวลา เพราะเศษซากของเชื้อราที่ตายแล้วถ้าหายใจเข้าไปก็อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้
หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว ช่วงแรกนี้ให้หมั่นตรวจสอบว่ามีความชื้น หรือเชื้อราเกิดขึ้นที่อื่นที่มองไม่เห็นหรือไม่ เพราะความชื้นจะค่อย ๆ ออกมา เชื้อราจะใช้เวลา 24-50 ชั่วโมงในการเจริญเติบโต ถ้าขึ้นอีกให้ทำซ้ำในวิธีการเดิม ในช่วงนี้อาจจะต้องนำรถไปจอดตากแดดเพื่อไล่ความชื้นอาจใช้ไดร์เป่าผมช่วยเป่าอีกแรง สำหรับการทำความสะอาดวัสดุที่ผิวแข็ง
สุดท้ายสิ่งสกปรกในรถยนต์ ใช้ว่าจะมีเพียงแต่ตาเห็น! หรือมองไม่เห็นใช่จะหมายความว่าไม่มี ทางที่ดีป้องกันไว้ หมั่นทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร อย่าให้ความสำคัญกับความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียวเพราะมันอาจหมายความถึงโรคหรืออาการทรมานไม่มีที่สิ้นสุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือยานยนต์
ปีที่ 46 เล่มที่ 577 มิถุนายน 2557
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ ก.ย. 05, 2016 8:28 pm

ทำไมเวลาจอดรถต้องเอาหน้าออก? ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย ยังมีสาเหตุที่สำคัญกว่านี้อีก
เวลาจอดรถ เพื่อนๆหลายคนชอบเอาหน้าเข้าเพราะสะดวกและรวดเร็ว แต่วิธีที่ถูกต้องคือต้องเอาหน้าออก ไปดูกันเลยว่าทำไม?
สาเหตุที่ว่าทำไมเวลาจอดรถต้องเอาหน้าออก มี 5 สาเหตุด้วยกัน
1.เวลาจะขับรถออกสะดวกและรวดเร็ว
เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เราต้องรีบขับรถออกไป ถ้าเราจอดรถโดยเอาหน้าออก มันจะช่วยให้เราออกตัวได้เร็ว เป็นเหตุให้ในหลายประเทศตำรวจจะจอดรถโดยการเอาหน้าออกเสมอ
2.ป้องกันขโมย
ณ ปัจจุบัน มีการขโมยของในรถเกิดขึ้นบ่อยมาก เวลาเอารถหันหน้าออก เราจะสามารถเห็นการกระทำของโจรจากกระจกข้างรถได้
3.ความปลอดภัย
ในโรงจอดรถ ถ้าต้องจอดในที่จอดแคบๆ แล้วเราจะจอดโดยการเอาหน้ารถเข้าจะมีโอกาสสูงมากที่จะไปชนรถคนอื่น หรือมีคนเดินผ่านมาก็อาจจะชนเขาได้ด้วย แต่ถ้าเอาหลังเข้าโอกาสเสี่ยงพวกนี้จะลดน้อยลง
4.ประหยัดน้ำมัน
เมื่อเพื่อนๆได้ทำการสตาร์ทรถ แล้วกำลังจะขับออก เครื่องยนต์ยังอยู่ในสภาพที่เย็นอยู่ ถ้าเราจอดรถโดยการเอาหน้าเข้า เครื่องยนต์ที่อยู่ในสภาพที่เย็นอยู่ เวลาขับด้วยเกียร์ถอยหลังจะเป็นการกินน้ำมันมาก ในทางตรงกันข้าม รถยนต์กำลังใช้งานอยู่ แล้วเราต้องการจะจอดรถ เครื่องยนต์อยู่ในสภาพร้อนอยู่ ถ้าเราขับด้วยเกียร์ถอยหลังจะไม่กินน้ำมันมาก เพราะฉะนั้นการจอดรถด้วยวิธีเอาหน้าออกเป็นวิธีที่สามารถประหยัดน้ำมันได้
5.กรณีพิเศษ
ถ้ารถของเพื่อนๆแบตหมด สตาร์ทไม่ติด ปัญหาแบบนี้จะแก้ไขยังไง ปกติก็จะขอให้รถคันอื่นมาช่วยพ่วงแบตเตอรี่ใช้ไหมล่ะครับ แต่ถ้ารถของคุณจอดแบบเอาหน้ารถเข้า รถคนอื่นจะมาพ่วงแบตกับรถคุณลำบากมาก แต่ถ้าจอดรถโดยการเอาหน้าออกก็จะไม่เกิดปัญหาแบบนี้
เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆเช่นเรื่องการจอดรถให้ถูกวิธี เพื่อที่จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ ย้ำ! เวลาจอดรถให้เอาหลังเข้านะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : liekr
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ ต.ค. 10, 2016 6:47 pm

ส่วนการยกสูง ก็เหมือนกับการโหลดเตี้ย จะยกสูงขนาดไหนก็ตามใจได้เลย แต่ต้องวัดจากระดับกึ่งกลางไฟหน้ารถกับพื้นถนน ต้องสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร หากเกินก็ถือว่าผิด โดนปรับอ่วมแน่นอน และหากไฟหน้าสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร แต่ตัวรถกลับโด่งผิดปกติ มีการดัดแปลงสภาพช่วงล่าง ต้องมีหนังสือรับรองจากวิศวกร รวมไปถึงต้องแจ้งต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อระบุเข้าไปในเอกสาร ซึ่งหากทำผิดข้อใดข้อหนึ่งไป คุณจะโดนปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ม.14,ม.60)
บางทีบางครั้งการที่เราจะทำอะไรก็ต้องเห็นใจคนอื่นบ้าง หากทุกคนทำตามใจตัวเองกันหมด โลกนี้คงมีแต่ปัญหาแน่นอน ซึ่งการแต่งรถ ยกสูง-โหลดเตี้ย แม้จะเป็นสิทธิ์ของเรา แต่ถ้ามันสร้างความเดือนร้อนให้คนอื่น เราก็ไม่ควรทำ ใจเขาใจเรา เพราะการตกแต่งแบบนี้ หากรถที่ยกสูงมากๆ เวลาขับกลางคืน ไฟหน้าก็อาจไปแยงตารถคันอื่น ทำให้ขับลำบาก อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งรถสวนทาง และรถที่ขับนำหน้าเรา ฯลฯ ส่วนรถโหลดเตี้ย จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก เวลาเจอเนิน ลูกระนาด ต้องเอียงซ้ายเอียงขวากว่าจะพ้น หรือถ้าไม่พ้นสเกิร์ตเกิดติด ครูด หรือหลุดออกมากองบนถนน เสียเวลารถคันหลังที่ต้องรอเราเก็บซากอีก ฯลฯ
แต่ถ้าอยากแต่งแนวนี้ ลงทุนซักหน่อยละกัน ด้วยการติดไฮโดรลิก หรือจะใช้เป็นระบบถุงลมก็ได้ จะได้หมดปัญหากับเรื่องพวกนี้ แต่ก็ต้องแจ้งต่อกรมขนส่งให้เรียบร้อย มีใบวิศวกรรองรับ จะได้ถูกกฎหมาย ไม่ต้องนั่งปวดหัว หรือกังวลอีกต่อไป
http://auto.sanook.com/54909/
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร พ.ย. 08, 2016 8:22 pm

อุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มฟื้นตัว
ส.อ.ท.ชี้อุตสาหกรรมรถยนต์เดือน ก.ย.ฟื้นตัว รอลุ้นยอดขายแตะ 7.8 แสนคัน ด้านส่งออกเพิ่มขึ้นในรอบ 12 เดือน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือน ก.ย. 2559 มีจำนวนทั้งสิ้น 1.73 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.92% โดยเป็นการผลิตรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 48.24% ที่จำนวน 3.16 หมื่นคัน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 2.13 หมื่นคัน และเป็นการผลิตรถกระบะเพิ่มขึ้น 11.88% โดยมียอดการผลิตที่ 2.84 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่ผลิต 2.54 หมื่นคัน เพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) มีทั้งสิ้น 1.47 แสนคัน เพิ่มขึ้น 3.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดการผลิต 1.43 แสนคัน
ทั้งนี้ สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน ก.ย. 2559 มีจำนวน 6.35 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 2.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการขายรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถกระบะ เป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นทำให้ประชาชนมีรายได้ และการแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ ก่อนหน้านี้
สำหรับยอดผลิตรถยนต์ล่าสุดเดือน ก.ย.ที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี และหากยอดผลิตคงอัตราการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้ไปจนถึงสิ้นปี จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการลงทุนและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้ทั้งปีมีโอกาสที่อาจจะทำได้ถึง 7.8 แสนคัน มากกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์ไว้ 7.5 แสนคัน
ขณะที่ยอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ก.ย. 2559 ส่งออกได้ 1.12 แสนคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.91% โดยคิดเป็นมูลค่าส่งออก5.87 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดือน ก.ย. 2558 ที่มีมูลค่า 5.35 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 8.95%
ด้านการส่งออกที่ลดลงเป็นผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัวลง เช่น ตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ส่งผลให้การส่งออกรถกระบะดับเบิ้ลแค็บที่มีมูลค่าสูงกว่ารถอีโคคาร์ลดลง สอดคล้องกับการปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกที่เติบโตลดลงจากการประมาณการตอนต้นปีของหลายองค์กรระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) มีจำนวน 9 แสนคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.51% มีมูลค่าส่งออก 4.8 แสนล้านบาทซึ่งปีนี้ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวส่งผลให้มียอดคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกรถยนต์ที่เชื่อว่าจะส่งออกได้ตามที่คาดการณ์ไว้ 1.22-1.25 ล้านคัน ส่วนยอดขายรถยนต์ทั้งปีจะอยู่ที่ 1.97-2 ล้านคัน
http://www.posttoday.com/auto/news/461121
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อาทิตย์ ธ.ค. 18, 2016 12:40 pm

ครม. มีมติยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์กทม.-บ้านฉาง และบางปะอิน-บางพลี ตั้งแต่ 29 ธ.ค.59 ถึง 4 ม.ค.60
วันนี้ (13 ธ.ค. 59) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ภายในระยะเวลาที่กำหนด พ.ศ. .... (ยกเว้นค่าธรรมเนียมในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 29 ธ.ค. 2559 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. 2560
โดยกำหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา ตอนกรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้าพัทยา) และบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนบางปะอิน-บางพลี) ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2540) ออกตามความใน พ.ร.บ.กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ.2497 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2555) ออกตามความใน พ.ร.บ.กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ.2497
http://www.tnnthailand.com/news_detail. ... 388&t=news
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. มี.ค. 09, 2017 8:26 pm

วิธีดูแลรักษาล้อแม็กรถยนต์ให้เงาวับเหมือนใหม่
นอกจากการดูแลรักษารถยนต์ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลาแล้ว การทำความสะอาดรถก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน และนอกจากบอดี้ภายนอก และห้องโดยสารภายในแล้ว การดูแลล้อแม็กรถยนต์ ให้สวยวับ เงางามอยู่เสมอ ก็ควรทำ และไม่ควรมองข้าม
บางคนอาจคิดว่า การดูแลรักษาล้อแม็กรถยนต์ ไม่ค่อยสำคัญ เพราะไม่ค่อยเห็นคราบสกปรกชัดเจนเหมือนที่ติดอยู่กับตัวรถภายนอก คิดว่าแค่เอาน้ำแรงดันสูงฉีดๆ เอาฟองน้ำลูบๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงเมื่อคุณขับรถใช้งาน คราบสกปรกต่างๆ ก็จะเริ่มเข้ามาติดที่ล้อของคุณทันที ทั้งฝุ่นผงจากถนน ฝุ่นผงผ้าเบรค เศษหิน ดิน โคลน หรือแม้กระทั่งยางมะตอย และคราบน้ำมัน ฯลฯ ซึ่งคราบพวกนี้จำเป็นต้องจัดการทำความสะอาดให้เด็ดขาด ไม่ใช่แค่ทำลวกๆ
1. คุณไม่ควรล้างล้อแม็กในขณะที่มันยังร้อนอยู่ เพราะน้ำยาล้างรถ หรือฟองสบู่ที่คุณนำไปถูๆ ขัดๆ ไว้จะแห้งเร็ว และมันจะทำให้เกิดเป็นคราบ หรือรอยติดอยู่ที่หน้าล้อ ล้างไปก็ทำให้มีคราบอยู่ดี ดังนั้นควรจะล้างส่วนอื่นก่อน แล้วเก็บล้อแม็กไว้ท้ายสุด ที่สำคัญควรแยกฟองน้ำสำหรับล้างล้อแม็กไว้อีกอันนึงด้วย อย่าใช้ปนกันเด็ดขาด ไม่งั้นพวกเศษหิน หรือเม็ดทรายที่ติดมากับล้อจะทำลายผิวสีรถของคุณจนเป็นรอยได้นั่นเอง
2. รถที่มีคราบติดล้อหนักๆ เช่น ยางมะตอย คราบน้ำมัน ฯลฯ ค่อนข้างที่จะเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว เพราะคราบจำพวกนี้ ล้างออกด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้ จำเป็นต้องใช้น้ำมันก๊าด หรือน้ำมันสน หรือน้ำยาเช็ดคราบสกปรก เทใส่ลงไปบนเศษผ้าแล้วเช็ดตามจุดที่มีรอยเหล่านี้ติดอยู่ จากนั้นใช้แชมพูล้างรถล้างล้อแม็กให้ทั่ว เสร็จแล้วใช้น้ำเปล่าล้างออกให้หมด และใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง
3. ล้อแม็กอัลลอยด์ และล้อแม็กที่มีขอบเงา หากพบเจอร่องรอยสุนัขมาฉี่รดไว้ที่ล้อแม็ก ให้รีบทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำ และเช็ดให้แห้งทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะล้อแม็กพวกนี้จะโดนฤทธิ์ในฉี่สุนัขกัดจนเป็นคราบเหลือง รวมไปถึงอาจทำให้เกิดคราบขี้เกลือ (สนิมขาว) จนกระทั่งทำให้ล้ออัลลอยด์หลุดลอกออกมานั่นเอง
สุดท้ายนี้ไม่ควรใช้แปรงที่มีขนหยาบ หรือแข็งกระด้าง เช่น แปรงลวด สก็อตไบร์ท ฝอยขัดหม้อ ฯลฯ ในการทำความสะอาด เพราะมันอาจสร้างรอยให้ล้อแม็กของคุณ นอกจากนี้คุณควรเช็ดล้อแม็กให้แห้งทันที หรือเท่าที่ทำได้ หลังจากล้างรถเสร็จ หรือโดนน้ำมาจากที่อื่น เพื่อไม่ให้คราบสกปรกเกาะติดล้อ และให้ใช้ยาขัดเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับล้อแม็กเท่านั้น โดยเฉพาะล้ออัลลอยด์ที่ต้องดูแลใส่ใจมากเป็นพิเศษ มิเช่นนั้นมันจะมีคราบติดตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย yoyo1125 » อาทิตย์ มี.ค. 12, 2017 11:04 pm

เเอ่กสารเอาอะไรบ้างค่ะ
yoyo1125
 
โพสต์: 168
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ มี.ค. 10, 2017 3:08 am

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. มี.ค. 16, 2017 10:44 am

ขนส่งดีเดย์ 1 ต.ค. ผู้ขอใบขับขี่ต้องผ่านโรงเรียนสอนขับรถ
กรมขนส่งทางบก กำหนดระเบียบสอบใบขับขี่ใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องใช้หลักฐานจากโรงเรียนการขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ
รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ขอใบอนุญาตขับขี่ ต้องผ่านการอบรม และ ทดสอบตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จากโรงเรียนการขนส่ง หรือ โรงเรียนสอนขับรถเป็นหลักฐานประกอบคำขอ หลังจากที่ระเบียบใหม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
โดยระเบียบใหม่ได้กำหนดให้ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางและใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือเอกสารหลักฐานแสดงที่พักอาศัยในราชอาณาจักร หรือใบอนุญาตทำงาน
พร้อมด้วยภาพถ่าย ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานการรับรอง ซึ่งแสดงว่าได้ผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดจากโรงเรียนการขนส่งหรือโรงเรียนสอนขับรถ
M thai
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ เม.ย. 17, 2017 7:13 pm

ศปถ.สรุป7วันอันตราย สงกรานต์ วันที่5 เสียชีวิตสะสม 283 ราย โคราชยังครองแชมป์เสียชีวิตสะสมสูงสุด สาเหตุหลักเมาแล้วขับ
วันนี้(15เม.ย.60)ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน วันที่ 15 เม.ย 2560 วันที่ 5 ของการรณรงค์ สงกรานต์ปลอดภัยส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร พบเกิดอุบัติเหตุ 600 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 53 คน บาดเจ็บ 634 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาแล้วขับ ร้อยละ 44.83 รองลงมาเป็น ขับรถเร็ว และตัดหน้ากระชั้นชิด ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือรถจักยานยนต์ ร้อยละ 83.95 รองลงมาคือรถปิกอัพ ร้อยละ 7.13
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดละ 30 ครั้ง เสียชีวิตสูงสุด คือจังหวัดนครราชสีมา และเชียงราย จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือจังหวัดอุดรธานี 33 ราย
สรุปอุบัติเหตุบนถนน สะสม 5 วันตั้งแต่วันที่ 11 -15 เม.ย.เกิดอุบัติเหตุรวม 2,985 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 283 ราย บาดเจ็บ 3,087 คน
จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดสะสมคือจังหวัดเชียงใหม่ 140 ครั้ง จังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 17 ราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดสะสมคือจังหวัดเชียงใหม่ 145 คน
เทียบสถิติปี 2559 พบว่าอุบัติเหตุสะสมเพิ่มขึ้น 261 ครั้ง ขณะที่ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 141 คน แต่ผู้เสียชีวิตลดลง 55 ราย
ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยแผนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนช่วงเดินทางขากลับเข้ากรุงเทพฯ จะเน้นตรวจหน้าด่านประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะ รถโดยสารสาธารณะ และบริหารจัดการจราจรให้มีความคล่องตัว เปิดช่องทางพิเศษ ถนนมิตรภาพ 4 ช่องจราจร ช่องสระบุรี-พระนครศรีอยุธยา เปิด 5 ช่องทาง จาก 8 ช่องทาง ทั้งนี้ยอมรับว่า จากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อุบัติเหตุลดลงเมื่อเทียบกับสถิติปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีในการปรับแผนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนในการเดินทาง
TNN24
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. เม.ย. 27, 2017 8:15 pm

ซีนอลกับฮาโลเจน เลือกใช้แบบไหนดีกว่ากัน?
การขับขี่ยามค่ำคืน โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุย่อมมีมากกว่าช่วงกลางวัน เพราะทัศนวิสัยต่างๆ ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด และถึงแม้จะมีแสงจากไฟข้างทาง มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาแบบนี้ก็คือ ไฟหน้ารถ ของคุณนั่นเอง
ทุกวันนี้ นวัตกรรมเกี่ยวกับไฟหน้ารถยนต์ก้าวล้ำไปมากกว่าเดิม รุ่นล่าสุดที่เห็นในรถรุ่นใหม่ๆ ก็จะเป็น LED และที่กำลังพัฒนาอยู่ตอนนี้ Laser Beam หรืออีกชื่อ Laser Light ซึ่งมันมีความสว่างมากกว่าเดิมหลายเท่า อีกทั้งยังมีระยะส่องสว่างมากกว่า 500 เมตร คาดว่าอีกไม่นานคงได้ใช้กันแน่นอน แต่ ณ ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักแค่ ไฟฮาโลเจน (Halogen) และ ไฟซีนอล (Xenon) โดยเฉพาะในรถรุ่นเก่าๆ ก็มักจะเลือกเล่นเฉพาะ 2 แบบนี้ เพราะไฟ LED ค่อนข้างมีราคาสูงอยู่พอสมควร ส่วนมากคนแต่งรถมักจะทำกัน เพราะมันดูหรูหรา และดูมีความล้ำมากกว่าเดิม
ดังนั้นเราจึงขอพูดถึงเฉพาะ ไฟฮาโลเจน (Halogen) และ ไฟซีนอล (Xenon) ให้ได้รับรู้กันว่า แต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร ข้อดี-ข้อเสีย และแบบไหนให้ความสว่างมากกว่ากัน
หลอดไฟฮาโลเจน (Halogen) ภายในจะบรรจุไปด้วยก๊าซเฉื่อย หรือสุญญากาศ ซึ่งหลักการทำงานก็ง่ายๆ แค่ใช้ไฟบวกกับลบมาเจอกันก็จะทำให้เกิดความร้อนที่ไส้ทังสเตน (Tungsten) แล้วเปล่งแสงสว่างขึ้นมา
ข้อดี
-ราคาถูก
-บำรุงรักษาง่าย
ข้อเสีย
-มีความร้อนสูง และสะสม
-ทำให้โคมไฟเหลือง และหมองเร็ว
หลอดไฟซีนอล (Xenon) ภายในบรรจุก๊าซซีนอล กำเนิดแสงโดยตัวแปลงสัญญาณ ซึ่งจะนำไฟจากรถเข้าสู่สัญญาณกล่อง หรือที่เรียกว่า บัลลาสต์ คอยทำหน้าที่จ่ายไฟ ทำให้หลอดไฟเปล่งแสงขึ้นมาโดยไม่มีขดลวด
ข้อดี
-ให้ความสว่างมากกว่าฮาโลเจนหลายเท่า
-มีอายุการใช้งานทนทานกว่าฮาโลเจนหลายเท่า
-ประหยัดไฟ และความร้อนสะสมลดลง
ข้อเสีย
-ราคาแพงกว่า
-แสงแยงตารถคันอื่น (กรณีที่ใส่ในโคมเดิม)
-การบำรุงรักษาค่อนข้างยาก
สำหรับการจะเลือกใช้ไฟหน้าแบบไหน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความต้องการของคุณเป็นหลัก เพราะบางคนอาจคิดว่าใช้แบบเดิมๆ ก็เพียงพอแล้ว และใส่ไปแล้วกลัวแสบตา แยงตา รบกวนคนอื่น หรือกลัวมีคนมาด่าตามหลัง ฯลฯ แต่บางคนอาจชื่นชอบในความสวยงาม ดูหรูหราของไฟซีนอล หรือใส่แล้วให้ความสว่างมากกว่าหลอดเดิม ฯลฯ แต่การจะใส่หลอดไฟซีนอล สิ่งที่ควรทำอีกอย่างก็คือ การเปลี่ยนไปใส่ โคมโปรเจคเตอร์ (Projector) เพราะ หากไม่ใส่ลำแสงที่ปล่อยออกมาจากโคมเดิมมันจะฟุ้งใส่รถ ใส่ตาคนอื่น ไม่สามารถคุมได้ ต่อให้เอาหมวกมาครอบก็ไม่ช่วยอะไร เพราะมันสามารถสะท้อนกับรีเฟล็กซ์โคมรอบๆ ได้อยู่ดี
สุดท้ายนี้ เวลาเลือกหลอดไฟมาเปลี่ยนใหม่ อย่าลืมดูค่า K (ค่าอุณหภูมิของแสง) ซึ่งค่าปกติมาตรฐานคือ 4,300K สีจะออกขาวนวลอมเหลืองทอง หรือถ้าอยากได้สว่างมากขึ้นอีกนิด แสงยังเป็นสีขาวอยู่ และไม่ผิดกฎหมาย เลือกค่า 6,000K และ 8,000K ครับ
sanook.com
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. ก.ค. 20, 2017 12:28 pm

รู้ได้ไงว่ายางหมดสภาพ !
เคยสังเกตุกันไหมว่า อายุใช้งานยางมักจะ “สั้นลง” เรื่อยๆ ตามคำแนะนำของเจ้าของร้านยาง ชาสง ผู้จัดการ หรือเจ้าของอู่ซ่อม หรือศูนย์บริการ ที่ล้วนมีผลประโยชน์โดยตรงต่อการขายยางใหม่ แล้วความจริงคืออะไร มีสิ่งใดบ้างที่บอกว่ายาง “หมดสภาพ” แล้ว
1. ความลึกของดอกยาง
ความลึกของดอกยางมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยเมื่อขับบนถนนเปียก เพราะต้องช่วยรีดน้ำ เพื่อให้หน้ายางสัมผัสกับผิวถนนได้ดี ค่าที่เหมาะสมทางเทคนิค คือ ไม่ควรต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร (ความลึกของดอกยางใหม่เอี่ยมประมาณ 8 ถึง 9 มิลลิเมตร)
2. โครงสร้างยางชำรุด
สิ่งที่กำหนดว่ายางหมดอายุที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัย ก็คือความชำรุดที่ส่งผลถึงโครงสร้างของยาง เช่น ถูกของมีคมบาดเป็นแผลใหญ่ หรือโครงสร้างซ้ำจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ปีนขอบทางเท้าอย่างแรงจนขอบกระทะล้อชำรุด ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างของหน้ายางและโดยเฉพาะแก้มยางต้องบอบช้ำมากแน่นอน หรือถูก “บด” จากการขับโดยไม่มีลมยางระยะทางไกล ก็ไม่สามารถใช้ต่อได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไปครับ
3. อายุของยาง
ไม่เกิน 6 ปี นับตั้งแต่วันที่ผลิต (ดูที่ตัวเลขด้านข้างของยาง เช่น 1016 หมายถึง สัปดาห์ที่ 10 ปี2016) ระยะเวลานี้ไม่ถือว่านานมากสำหรับยางที่มีคุณภาพสูงพอ ใครที่บอกว่าไม่จริง เพราะเคยเจออายุแค่ 4 ปี ก็เสื่อมแล้ว แสดงว่ายางที่คุณใช้ คุณภาพยังไม่ได้มาตรฐาน
ถ้ายางคุณยังไม่เข้าข่ายหมดสภาพ ก็ไม่ต้องไปกังวลว่าจะใช้มากี่หมื่นกิโลเมตแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ยางของคุณมีอายุเกือบ 4 ปี ใช้ไปแล้วเกือน 5 หมื่นกิโลเมตร แต่ยังเหลือดอกยางเกือบ 5 มิลลิเมตร เพราะศูนย์ล้อของรถคุณถูกต้อง ยางจึงสึกช้า ก็ไม่ต้องรีบเปลี่ยนใหม่ให้เปลืองเงิน ใช้ต่อไปได้ จนกว่าหัวข้อใดจะบ่งชี้ว่าหมดสภาพการใช้งาน
------------------------------
คอลัมน์ Online : MR. MOTOR EXPO & ลุงพิทักษ์
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย hlonghlong » พุธ ส.ค. 02, 2017 9:35 pm

ตามหา อะไหล่ ford ranger ปี48
ขอบคุณมากครับ
hlonghlong
 
โพสต์: 841
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.ค. 21, 2017 9:20 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย hlonghlong » อาทิตย์ ส.ค. 13, 2017 10:28 pm

ตามหา ฟอร์ดเรนเจอร์ส ปั 48 ครับ
ขอบคุณครับ
hlonghlong
 
โพสต์: 841
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.ค. 21, 2017 9:20 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. ส.ค. 17, 2017 7:35 pm

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับการออกใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล เพิ่มเทคโนโลยีทันสมัยป้องกันการปลอมแปลง อาทิ แถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip), QR Code เก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเพิ่มความสามารถรองรับระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน กำหนดวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ยกเลิกใบขับขี่แบบกระดาษ และจะได้รับใบขับขี่ Smart card รูปแบบปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท และตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เริ่มออกใบขับขี่ Smart card รูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยครบถ้วนเพียงรูปแบบเดียว
.
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับเทคโนโลยีใบอนุญาตขับรถแบบพลาสติกหรือ Smart card ตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเพิ่มเทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการพัฒนา Application เพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลและนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเตรียมปรับรูปแบบใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางบกกำหนดยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป โดยประชาชนจะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท ที่เป็นแบบสมัครใจตามเดิม เนื่องจากเป็นการดำเนินการเองโดยกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น ดังนั้น กรณีที่ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว จากอัตราเดิมคือ 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล จากอัตราเดิมคือ 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 505 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกจะเริ่มดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่ ที่มีเทคโนโลยี QR Code ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพียงรูปแบบเดียว เพื่อประโยชน์ในการควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ได้รับใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ที่กรมการขนส่งทางบกออกให้ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2560 รวมถึงใบอนุญาตขับรถ Smart card ที่ออกให้ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2560 ยังคงสามารถใช้งานได้ตามกำหนดอายุการใช้งานของใบอนุญาตขับรถ แต่หากชำรุด สูญหาย หรือถึงกำหนดระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เมื่อติดต่อขอทำใหม่จะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เท่านั้น
.
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เป็นบัตรพลาสติกซึ่งมีความคงทนถาวรกว่ารูปแบบเดิม มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) เทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลการขับรถ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนส่ง ทั้งรถบรรทุกวัตถุอันตราย และรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป รถแท็กซี่ หรือรถในกลุ่มเป้าหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศบังคับใช้แล้ว นอกจากนี้ ใบอนุญาตขับรถ Smartcard รูปแบบใหม่ ยังมีความสวยงามเป็นสากล ปรากฏข้อมูลเจ้าของบัตรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน สามารถนำไปใช้ขับรถได้ในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา โดยไม่ต้องทำใบอนุญาตขับรถสากลตามความตกลงร่วมกัน เพื่อให้การคมนาคมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มความสามารถในการรองรับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต
--------------------------------------
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » จันทร์ ส.ค. 21, 2017 8:07 pm

วิธีเลือกและดูแลใบปัดน้ำฝน
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)​ แนะผู้ขับขี่เลือกใช้ที่ปัดน้ำฝนที่ทำจากโลหะ �มีขนาดเหมาะสมกับมาตรฐานที่รถกำหนด การเลือกและดูแลใบปัดน้ำฝน ทำอย่างไรบ้างตามมาดูกันเลย
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ใบปัดน้ำฝนเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานในช่วงฤดูฝน ทำให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจน จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ​ �เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะ การเลือกใช้และดูแลใบปัดน้ำฝนให้พร้อม�ใช้งานในช่วงฤดูฝน ดังนี้
การเลือกใช้ใบปัดน้ำฝน
ใช้ใบปัดน้ำฝนที่ผลิตจากวัสดุและเนื้อยางที่มีคุณภาพดี เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างคงทน โครงของใบปัดน้ำฝนทำจากโลหะ เพื่อป้องกันการกระพือจากแรงลมในขณะขับรถด้วยความเร็วสูง และช่วยเพิ่มน้ำหนักในการรีดน้ำจากกระจก มีขนาดเหมาะสมกับมาตรฐานที่รถกำหนด
หากใบปัดน้ำฝนมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้รัศมีในการ�ปัดน้ำฝนน้อยลง ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง หากใบปัดน้ำฝนมีขนาดใหญ่มากไป ใบปัดจะเลยขอบกระจก ทำให้มีอายุการใช้งานสั้นลง
ยางใบปัดน้ำฝนแนบสนิทกับกระบังลมหน้า-หลัง เลือกที่มีความยืดหยุ่นและมีขนาดพอดีกับก้านใบปัดน้ำฝน เนื้อยาง�มีคุณสมบัติพิเศษ ไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป และคงทนต่อสภาพอากาศร้อน
วิธีสังเกตลักษณะของใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพ
- เนื้อยางแข็งกรอบและมีรอยฉีกขาด
- กวาดน้ำบนกระจกไม่สะอาด รีดน้ำจากกระจกไม่หมด
- กวาดแล้วมีรอยขุ่นมัวหรือละอองน้ำเป็นม่านบนกระจก
- ยางปัดน้ำฝนมีอายุใช้งานมานานมากกว่า 1 ปี
- มีเสียงดังและมีอาการกระตุกขณะใช้งาน ซึ่งเกิดจากการเสียดสีกันระหว่างใบปัดน้ำฝนกับกระจก
การดูแลใบปัดน้ำฝน
- จอดรถในที่ร่ม เพื่อป้องกันแสงแดด ทำให้ยางใบปัดน้ำฝนแข็งกรอบและขาดความยืดหยุ่น เพราะยางต้องแนบกับกระจกที่รับความร้อน
- หมั่นตรวจสอบสภาพและทำความสะอาดยางใบปัดน้ำฝน โดยยกก้านใบปัดน้ำฝนขึ้นและ�ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดตามแนวยาวของใบปัดน้ำฝน
- ไม่ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดใบปัดน้ำฝน เพราะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วและสีรถได้รับความเสียหาย
- ใช้น้ำยาเช็ดกระจกและเคลือบกระจกอยู่เสมอ จะทำให้กระจกสะอาดและใบปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
กรณีใบปัดน้ำฝนชำรุด
หากยางปัดน้ำฝน ฉีกขาด แข็งกรอบ ปัดน้ำไม่สะอาด มีเสียงดังหรือสะดุดขณะใช้งาน มีรอยขีดข่วนบนกระจก ให้เปลี่ยนชุดใบปัดน้ำฝนใหม่ เติมน้ำผสมน้ำยาเช็ดกระจกหรือแชมพูในกระปุกฉีดน้ำ จะช่วยขจัดคราบสกปรกบนกระจกได้สะอาดขึ้น
กรณีหัวฉีดน้ำอุดตัน
ใช้เข็มหมุดเจาะบริเวณรู พร้อมปรับทิศทางของช่องฉีดน้ำให้อยู่แนวกึ่งกลางของกระจกรถ
ทั้งนี้ การใช้ใบปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพ นอกจากจะไม่สามารถกวาดน้ำบนกระจกได้สะอาดแล้ว ยังส่งผลให้กระจกหน้ารถเป็นรอย โดยเฉพาะการขับรถในช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้มีทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » ศุกร์ ก.ย. 01, 2017 2:16 pm

นอกจากจะต้องคอยนำรถยนต์เข้าเช็กระยะและคอยสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ แล้ว การดูแล รถที่จอดตากแดดบ่อยๆ ระหว่างทำธุระ หรือจอดไว้ที่ทำงาน ฯลฯ ก็ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะใช่ว่าทุกที่จะมีที่จอดรถในร่มเสมอ หรือต่อให้มี บางทีก็อาจจะเต็ม จนคุณต้องวนรถออกไปจอดตากแดดข้างนอก ทำให้รถของเราต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ โดยไม่มีอะไรปกปิด หรือป้องกัน ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นก็คือ สีรถซีดจางลงเร็วกว่าปก หรือรถที่จอดในร่ม เพราะรังสีความร้อนของพระอาทิตย์ และยังมีปัญหาของฝุ่นผง สิ่งสกปรกต่างๆ เช่น ขี้นก ที่นอกจากจะทำให้รถเปรอะเปื้อนแล้ว มันยังทำให้รถเป็นรอยด่างๆ ดวงๆ รวมไปถึงความเสียหายภายในรถยนต์ ที่เกิดจากความร้อนที่สะสม และอบอยู่ภายในรถเป็นเวลานาน ฯลฯ
สำหรับวิธีดูแลรถที่ต้องจอดกลางแจ้ง หรือจอดตากแดดเป็นประจำ มีอยู่ 3 ข้อ ง่ายๆ ดังนี้
1. ใช้ผ้าคลุมรถ ไม่ว่าจะเป็นผ้าคลุมสะท้อนแสงที่แถมจากศูนย์บริการตอนซื้อรถใหม่ หรือจะไปหาซื้อทีหลังก็ได้ เพราะมันสามารถช่วยปกป้อง และครอบคลุมรถได้ทั้งหมด แต่ตอนใช้ก็ต้องระวังให้ดี เพราะอาจจะมีเศษฝุ่นเศษทราย หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่ติดรถ ขูดขีดกับผ้าในระหว่างใช้งานตอนคลุม และตอนเก็บ ยังไงก็ดูให้ดี และก็ทำแบบเบามือหน่อย
2. เต็นท์คลุมรถแบบพับเก็บได้ บางคนอาจยังไม่รู้จัก แต่จริงๆ แล้วมันมีขายในบ้านเรามาพักใหญ่ๆ แล้ว แถมยังกันแดดได้ดีเกือบเท่ากับการนำรถไปจอดในที่ร่ม ซึ่งมันมีขนาดให้เลือกใช้มากมาย เวลาจะซื้อมาใช้ก็ควรดูให้ดี ว่ามันพอดีกับรถคุณหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องดูพื้นที่ในการจอดด้วยว่า มีความกว้างขวางพอให้กางเจ้าเต็นท์นี้รึเปล่า เพราะมันออกจะดูเกะกะไปสักหน่อย และก็ต้องระวังให้ดีในวันที่มีลมพัดแรง เนื่องจากมันอาจปลิวไปตามแรงลมจนไปทำความเสียหายให้กับรถคันอื่นได้ ดังนั้นคุณจึงควรติดตั้งให้แน่น และตรวจเช็กดูความเรียบร้อยให้ดีในทุกๆ ครั้งที่ใช้งาน
3. เคลือบสีรถ หากไม่อยากเสี่ยงกับผ้าคลุมรถ (กลัวรถเป็นรอย) หรือเต็นท์คลุมรถแบบพับเก็บได้ (กลัวจะหลุดไปโดนรถคันอื่น) วิธีนี้ถือว่าง่ายที่สุดแล้ว เพียงแค่นำรถเข้าร้านคาร์แคร์ หรือจะทำเองเดือนละครั้งก็ได้ เพราะการเคลือบสีรถสามารถช่วยปกป้องรังสีจากดวงอาทิตย์ แถมยังช่วยถนอมสีรถไม่ให้จืดจางซีดเร็ว แต่ถ้าอยากปกป้องแบบขั้นสุด เคลือบแก้วไปเลย เพราะการเคลือบแก้ว จะเพิ่มชั้นฟิล์มขึ้นมาปกป้องอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันชั้นสีแท้ที่อยู่ด้านล่างเอาไว้ และยังช่วยลดความรุนแรงในการทำลายของแสงแดดได้อีกด้วย
หากเป็นไปได้ คงไม่มีใครอยากจอดรถไว้กลางแดดกันหรอก เพราะเชื่อว่าแต่ละคนก็คงรับรู้ถึงความรุนแรงของแสงแดดในบ้านเรา ว่ามันร้อนแรง และรุนแรงขนาดไหน แต่ถ้าหลีกหนีการจอดรถตากแดดไม่ได้จริงๆ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดู แม้บางข้ออาจจะดูยุ่งยาก วุ่นวาย และเสียเวลา แต่ถ้าคุณรักรถของคุณ เรื่องพวกนี้มันอาจจะดูเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปเลยก็ได้
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » อังคาร ก.ย. 05, 2017 8:10 pm

กรมการขนส่งทางบก ระบุ!!! มาตรการเข้มงวดการใช้รถป้ายแดงป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย กำหนดดำเนินการแบบเป็นขั้นตอน เบื้องต้นระหว่าง วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2560 จับ-ปรับในอัตราเบื้องต้นกับรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียน นานเกิน 60 วันนับจากรับรถ และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป เข้มงวดจับ-ปรับตามกฎหมายกับรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียนเกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ จนกว่ากฎหมายยกเลิกป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกำหนดมาตรการเข้มงวดการใช้รถป้ายแดง เพื่อป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย และอาจเป็นช่องทางการก่อปัญหาอาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและยากต่อการควบคุมกำกับดูแลการใช้รถใช้ถนน ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนและผู้จำหน่ายรถมีการปรับตัว จึงกำหนดแนวทางดำเนินการบังคับมาตรการทางกฎหมายแบบเป็นขั้นตอน ร่วมกับการสร้างความเข้าใจ การรับรู้ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตรวจสอบรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียนนานเกิน 60 วัน นับแต่วันรับรถ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป หากพบการฝ่าฝืนจะพิจารณาอัตราเปรียบเทียบปรับในอัตราเบื้องต้น ควบคู่กับการแนะนำและตักเตือน พร้อมชี้แจงมาตรการการบังคับใช้กฎหมายซึ่งจะมีความเข้มข้นขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเข้มงวดตรวจจับรถป้ายแดงที่ยังไม่จดทะเบียนเกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ หากพบการใช้งานป้ายแดงเกินกำหนดระยะเวลา เปรียบเทียบปรับในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 6 ฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยจะดำเนินการตรวจจับอย่างต่อเนื่องเข้มข้นไปจนกว่ากฎหมายยกเลิกการใช้ป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ผู้จำหน่ายรถต้องระบุวันที่รับรถในสมุดคู่มือการใช้ป้ายแดง เพื่อให้เจ้าของรถแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันทีเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ พร้อมทั้งผู้จำหน่ายรถ ต้องจัดทำรายงานข้อมูลการรับรถส่งกรมการขนส่งทางบกเป็นประจำทุกเดือน
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ มาตรการเข้มงวดดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาการใช้รถผิดกฎหมาย เนื่องจากป้ายแดงตามกฎหมายแล้วถือเป็นรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เป็นเพียงเครื่องหมายพิเศษที่กรมการขนส่งทางบกออกให้แก่บริษัทจำหน่ายรถอนุญาตให้ใช้เฉพาะกรณีเพื่อขายหรือเพื่อซ่อมเท่านั้น เช่น การขับจากโรงงานผู้ผลิตไปส่งยังผู้แทนจำหน่าย หรือขับจากผู้แทนจำหน่ายส่งไปยังผู้ซื้อ โดยในการเคลื่อนย้ายแต่ละครั้งต้องใช้คู่กับสมุดคู่มือประจำรถและใบอนุญาตให้ใช้รถ หรือได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว โดยจะเข้มงวดกวดขันตามมาตรการดังกล่าว จนกว่ากฎหมายการยกเลิกป้ายแดงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะกำหนดให้รถยนต์ใหม่ทุกคันต้องจดทะเบียนก่อนใช้งานบนท้องถนน ซึ่งในปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกใช้ระยะเวลาในการจดทะเบียนรถใหม่เพียงวันเดียว จึงขอให้ประชาชนจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อการใช้รถที่ถูกต้องและปลอดภัย อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย hlonghlong » พุธ ก.ย. 06, 2017 8:27 pm

หากระบะหลุดจำนำเล่นครับ
hlonghlong
 
โพสต์: 841
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.ค. 21, 2017 9:20 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » พฤหัสฯ. ก.ค. 05, 2018 8:05 pm

:D :D :D :D :D :D
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

Re: สินเชื่อรถยนต์ จำนำทะเบียน รีไฟแนนซ์ รถไม่ต้องจอด

โพสต์โดย d-credit » เสาร์ ก.ค. 14, 2018 12:33 pm

ประโยชน์ดีๆ ของกรองแอร์รถยนต์

กรองแอร์รถยนต์ ถือว่ามีความสำคัญมากๆ เกี่ยวกับอากาศภายในห้องโดยสาร ซึ่งเดี๋ยวนี้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต่างใส่มาให้กันตั้งแต่แรก ไม่ต้องไปทำเพิ่มให้ยุ่งยากเสียเวลาเหมือนรถรุ่นเก่าๆ

แม้ระบบทำความเย็นในรถยนต์รุ่นเก่าจะสามารถทำความเย็นได้เหมือนกัน แต่ปัญหาที่พบบ่อยๆ มักเกิดจากความสกปรกของระบบแอร์นั่นเอง และส่วนใหญ่มันจะส่งผลดังนี้

- แอร์ไม่เย็น ลมแอร์ออกมาเบา ทำให้ต้องเร่งพัดลมแอร์ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น
- คอยล์เย็นรั่ว เนื่องจากมีสิ่งสกปรกมาเกาะติด และกัดกร่อนที่แผงคอยล์เย็น
- ผู้โดยสารคนอื่น รวมถึงตัวคุณเอง อาจเกิดอาการคัดจมูก หรือภูมิแพ้ เนื่องจากสิ่งสกปรกและเชื้อโรคต่างๆ ที่อยู่ในระบบทำความเย็น

สำหรับประโยชน์ดีๆ ของกรองแอร์รถยนต์ มีอยู่ดังนี้

- คอยล์เย็นไม่อุดตันจากฝุ่น และสิ่งสกปรกที่อยู่ในระบบทำความเย็น
- กรองฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสาร
- ห้องโดยสารสะอาด ไม่หมองเร็วเพราะฝุ่นละออง

แม้ว่าตอนนี้กรองแอร์รถยนต์จะมีใส่ให้แต่รถรุ่นใหม่ๆ แต่รถรุ่นเก่าก็อย่าได้กังวลไป เพราะเดี๋ยวนี้มีร้านรับทำที่ใส่กรองแอร์รถยนต์เยอะแยะมากมาย แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด
d-credit
 
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. มิ.ย. 24, 2010 11:02 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง รถมือสอง รถแต่ง ตลาดรถ รถบ้าน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

ดูสถิติคนชมเวปไซต์ได้ที่นี่ --> สนใจลงโฆษณาติดต่อ webmaster@jarungjai.com
เพลง,เพลงสากล,เพลงลูกทุ่ง,ฟังเพลง,เนื้อเพลง,ฟังเพลงออนไลน์,โหลดเพลง,เพลงใหม่,โหลดเพลง mp3



หน้าแรก
ติดต่อโฆษณา
กระดานข่าว
ซื้อขายสินค้าทั่วไป
ธุรกิจเครือข่าย
MLM
กิฟฟารีน
หาเงินทางเน็ต
เพศศึกษา
หนังและเพลง
ชมรมคนโสด
รถมือสอง
ฟังเพลง
SEX
แชท
ท่องเที่ยว
ลดน้ำหนัก
เสื้อผ้า
เครื่องสำอางค์
ระบายความในใจ
ซื้อขายมือถือ
รับสมัครตัวแทนเติมเงินออนไลน์
มือถือ
อุบลราชธานี
ศรีสะเกษ
เชียงใหม่
ราคามือถือ
บ้านและที่ดิน
หางานราชการ


สนใจรายได้เพิ่มจากงานประจำ คลิกที่นี่



cd vcd dvd golf mike girls generation
โฆษณาทางอินเตอร์เน็ต